ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการ 9101 ใน 4 จังหวัดภาคอีสาน ร้อยแก่นสารสินธุ์ พร้อมสั่งสอบกรณีชาวบ้านร้องให้ตรวจสอบโครงการ 9101 ในพื้นที่กาฬสินธุ์ แต่หากพบข้าราชการมีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตฟันไม่เลี้ยง
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2560 ที่ห้องประชุมโรงแรมชาร์ลอง บูทรีค จ.กาฬสินธุ์ นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ พร้อมคณะเดินทางเข้าประชุมติดตามผลการดำเนินงานโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ในเขตตรวจราชการที่ 12 ซึ่งเป็นกลุ่มจังหวัด “ร้อยแก่นสารสินธุ์” 4 จังหวัดภาคอีสาน ประกอบด้วย จ.ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม และ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีหัวหน้าสำนักงานเกษตรจังหวัด หัวหน้าสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด เกษตรอำเภอ และข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ 4 จังหวัดรายงานผลการดำเนินงาน รวมทั้งปัญหาอุปสรรค ข้อเสนอแนะ และแนวทางการต่อยอดเพื่อความยั่งยืนของโครงการ
นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน เป็นโครงการของรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้ แก้ปัญหาความยากจน และมีการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ทั้งการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การผลิตพืชและพันธุ์พืช การปศุสัตว์ การผลิตอาหารและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การประมง ฟาร์มชุมชน การจัดการศัตรูพืช และการปรับปรุงบำรุงดิน เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะในอนาคตจะทำให้มีการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน และประชาชนมีรายได้ เห็นได้จากมีการจ้างงานวันละ 305-308 บาท ทั้งนี้ในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 12 มี 4 จังหวัด โดย จ.ร้อยเอ็ด ได้ดำเนินการ 241 ชุมชุน 356 โครงการ จ.ขอนแก่น 248 ชุมชน 335 โครงการ จ.มหาสารคาม 119 ชุมชน 239 โครงการ และ จ.กาฬสินธุ์ 169 ชุมชน 220 โครงการ ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และอยู่ระหว่างการวางแนวทางการต่อยอดโครงการเพื่อให้เกิดความยั่งยืน
ทั้งนี้สำหรับการดำเนินการนั้นทางรัฐบาลได้มอบหมายให้หน่วยงานเกษตรจังหวัดรับผิดชอบดำเนินการ โดยมีเกษตรอำเภอ เกษตรตำบล และเจ้าหน้าที่แต่ละพื้นที่คอยเป็นที่ปรึกษา และให้คำแนะนำ ส่วนการดำเนินการในขั้นตอนปฏิบัติในพื้นที่ ทั้งการจัดซื้อจัดจ้าง การสั่งซื้อวัสดุ อุปกรณ์ การผลิต รวมทั้งการนำเสนอโครงการนั้นจะเป็นหน้าที่ของผู้นำชุมชนในแต่ละพื้นที่ ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้านจะร่วมกันพิจารณาทำกันเอง โดยจะต้องผ่านการประชาคมหมู่บ้านด้วย
นายสุดสาคร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีมีการส่งเรื่องร้องเรียนว่ามีการทุจริตโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมีในพื้นที่ 4 จังหวัด และกรณีที่ชาวบ้านมีการร้องให้ตรวจสอบคุณภาพปุ๋ย รวมทั้งการสั่งซื้อวัสดุต่างๆ ว่าปริมาณวัสดุที่สั่งซื้อไม่ตรงกับวัสดุที่ส่งมา และไม่มีคุณภาพ อีกทั้งยังมีการเบิกค่าแรงผี โดยเฉพาะ จ.กาฬสินธุ์นั้น เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงาน และยังไม่มีข้อมูล แต่ทางรัฐบาล โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความเป็นห่วง และย้ำเสมอว่าจะต้องมีความโปร่งใส่ ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ดังนั้นเรื่องดังกล่าวจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการ 9101 ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์อย่างเร่งด่วนต่อไป
อย่างไรก็ตามการดำเนินโครงการที่เกิดปัญหาการ้องเรียนนั้น เบื้องต้นเท่าที่ทราบจะเป็นการขัดแย้งของกลุ่มผู้นำชุมชนที่มีความขัดแย้งกันในพื้นที่ จึงร้องเรียนกันเอง ทั้งนี้ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ โดยเฉพาะเกษตรอำเภอ เกษตรตำบล จะทำหน้าที่เพียงเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำเท่านั้น ซึ่งจะไม่เข้าไปก้าวก่ายการดำเนินการของผู้นำชุมชน โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้าง การสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งตัวโครงการเอง ซึ่งผู้นำชุมชนจะต้องดำเนินการเอง ทั้งนี้แต่หากพื้นที่ใดมีการตรวจพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหรือข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตรฯเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการที่ส่อไปในทางทุจริต ไม่โปร่งใส หรือแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้องจะต้องถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาดทันที โดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งจะไม่เลี้ยงไว้เด็ดขาด เพราะเป็นคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เน้นย้ำมาโดยตลอด เพื่อให้โครงการดังกล่าวเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล





