วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตรียมชงกฎหมาย 'EEC' เข้าครม.ต้นเดือนหน้า

"คณิศ" เตรียมเสนอกฎหมาย EEC เข้าครม.ต้นเดือนหน้า คาดช่วงปลายปีนี้จะเห็นสัญญาโครงการซ่อมอากาศยานไทย-แอร์บัส

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC เปิดเผยในงาน Thailand Focus 2017 ว่า ในวันนี้กระทรวงอุตสาหกรรม จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. พิจารณาอนุมัติโครงการพัฒนาหุ่นยนต์ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา เอกชนมีความพร้อมในการเดินหน้าโครงการดังกล่าวค่อนข้างมาก ซึ่งหากครม.อนุมัติจะสามารถเดินหน้าขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ได้ทันที วงเงินโครงการประมาณ 12,000 ล้านบาท

ขณะที่กฎหมาย EEC นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของกฤษฎีกา ซึ่งคาดว่าจะกลับมาเพื่อเสนอให้ครม.อนุมัติอีกครั้งได้ในเร็วๆนี้ และให้สภานิติบัญญัติ หรือ สนช. ต่อไปไม่เกินต้นเดือนกันยายน 2560

ส่วนความคืบหน้าของการลงทุนใน EEC นั้น ในช่วงที่ผ่านมา โครงการ EEC ได้กำหนดพื้นที่หลัก 4 ด้าน ประกอบด้วย โครงการพื้นฐานการลงทุนธุรกิจและอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการสร้างเมืองใหม่ โดยกำหนดแผน 15 โครงการหลัก ซึ่งขณะนี้มี 5 โครงการที่ได้กำหนดให้ดำเนินการเป็นลำดับแรก ซึ่งรัฐบาลได้วางแผนดำเนินการอนุมัติการนลงทุน 43,000 ล้านดอลลาร์ ในระยะ 5 ปี ซึ่งขณะนี้อนุมัติแล้ว 20,000 ล้านดอลลาร์

สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐาน 4 โครงการ เพื่อส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางการบินและซ่อมบำรุงเครื่องบินที่สำคัญของภูมิภาคตะวันออก ซึ่งประกอบด้วย โครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเชื่อมต่อ 3 สนามบิน คือ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งจะทำให้การเดินทางระหว่างกรุงเทพ-อู่ตะเภาใช้เวลาเพียง 42 นาที และจะช่วยส่งเสริมให้สนามบินอู่ตะเภากลายเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมการบินที่สำคัญ

ทั้งนี้ สนามบินอู่ตะเภา สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 15 ล้านคนใน 5 ปี และเพิ่มเป็น 30 ล้านคนใน 10 ปี และ 60 ล้านคนในระยะ 15 ปี และคาดการณ์รายได้ 150,000 ล้านบาท ขณะที่รถไฟความเร็วสูงจะมีรายได้ 40,000 ล้านบาท นอกจากนี้ท่าเรือสำคัญของภาคตะวันออก 3 แห่ง ประกอบด้วย แหลมฉบัง มาบตาพุด และสัตหีบ ได้วางแผนเพื่อเชื่อมกับสนามบินอู่ตะเภาด้วยโครงการรถไฟทางคู่ ซึ่งได้รับอนุมัติจาก ครม. ในช่วงที่ผ่านมาแล้ว

นายคณิศ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการใน EEC นั้น จะเดินหน้าในรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือ PPP ซึ่งโดยปกติกฎหมายจะต้องใช้เวลา 25-40 เดือน แต่ขณะนี้รัฐบาลได้ดำเนินการปรับแก้กฎระเบียบการลงทุนให้เหลือเพียง 8 เดือนเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะเปิดทีโออาร์ได้ในช่วงปลายปีนี้ และจะเริ่มประมูลได้ในช่วงต้นปี 61

"อุตสาหกรรมการบินถือว่าเร็วมากกว่าคนอื่น เพราะกลยุทธ์ของเราคือ การจูงในบริษัทชั้นนำเข้ามาก่อน จากนั้นเชื่อว่าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนต่อเนื่องจะตามมา ซึ่งขณะนี้มีหลายบริษัทการบินชั้นนำของโลกสนใจจะเข้ามาลงทุน เช่น โบอิ้ง แอร์บัส การบินไทย และแอร์เอเชีย ซึ่งขณะนี้เอ็มอาร์โอของการบินไทยเริ่มดำเนินการแล้ว และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในกลางปีหน้า ส่วนโฌบอิ้งจะมาเทรนนิ่ง 1,500 นักบิน" นายคณิศ กล่าว

ส่วนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ขณะนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุน โดยเฉพาะบริษัทชั้นนำต่างๆ เช่น นิสสัน ฟอม โตโยต้า เป็นต้น ขณะที่ด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุน ทั้งจาก ลาซาด้า และอาลีบาบา โดยคาดว่าจะได้ความชัดเจนในเร็วๆนี้

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยจะเสนอ 3 ความแข็งแกร่งใน 3 เมือง ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ที่จะเน้นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ พัทยา เน้นการท่องเที่ยวแสงสี และระยองจะเสนอในมุมมองการท่องเที่ยวสนุกสนาน โดยขณะนี้ทุกจังหวัดมีความพร้อม แต่อยู่ระหว่างการหาเอกชนเข้ามาลงทุน