วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้คำพิพากษา 'คดีข้าวจีทูจี' ถือเป็นบทเรียนสำคัญ

"องอาจ" ชี้คำพิพากษา "คดีข้าวจีทูจี" ถือเป็นบทเรียนสำคัญยับยั้งทุจริตเชิงนโยบาย ทำให้ผู้บริหารประเทศที่ทำผิดติดคุก!!

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุกนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับพวกทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่ไม่ได้มีเฉพาะนักการเมือง ยังมีข้าราชการ และนักธุรกิจถูกตัดสินจำคุกว่า ต้องถือว่าเป็นคำพิพากษาที่เป็นบทเรียนสำคัญของสังคมไทย โดยเฉพาะผู้ที่ทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ที่มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชั่น นอกจากนี้ คำพิพากษาจำคุกคดีดังกล่าว ยังมีส่วนอย่างสำคัญในการยับยั้งการทุจริตเชิงนโยบายที่สร้างผลเสียหายแก่ประเทศชาติบ้านเมืองอย่างใหญ่หลวง โดยผู้มีส่วนร่วมกับการทุจริตเชิงนโยบายได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินเงินทองที่ทุจริตไปเป็นจำนวนมาก

"คำพิพากษาจำคุกคดีข้าวจีทูจี ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนที่มีนัยะสำคัญดังนี้ 1.เป็นการส่งสัญญาณให้เห็นว่าถึงแม้จะเป็นผู้บริหารระดับสูงของประเทศ ระดับรัฐมนตรี และข้าราชการระดับสูง ถ้ามีการใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยการเล่นแร่แปรธาตุ จัดฉาก สร้างหลักฐานเท็จ อำพรางข้อเท็จจริงต่างๆ เพื่อทุจริตแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบ ก็มีโอกาสถูกดำเนินคดีและถูกลงโทษตามกฎหมายได้ 2. เป็นบรรทัดฐานทำให้การทุจริตเชิงนโยบายที่เป็นอันตรายต่อบ้านเมืองเป็นเรื่องที่กระทำได้ด้วยความยากลำบากมากขึ้นในอนาคต 3.เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้นักการเมืองข้าราชการ นักธุรกิจ พึงสำเหนียกว่าการร่วมมือกันทุจริตคอร์รัปชั่นอาจเจอชะตากรรมเช่นเดียวกับจำเลยในคดีข้าวจีทูจี" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายองอาจ กล่าวอีกว่า คำพิพากษาคดีข้าวจีทูจีครั้งนี้จึงถือเป็นคุณูปการที่สำคัญของการป้องกันปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยกระบวนการยุติธรรม ทำให้ระบบนิติรัฐ นิติธรรม ของไทยเดินหน้าเป็นหลักให้บ้านเมืองต่อไปได้