"วิทยา แก้วภราดัย" จี้เร่งรัดปฏิรูปตำรวจ กก.สอบซื้อขายตำแหน่ง ภ.8 ส่อลากยาว ผบ.ตร.ไม่ระบุเวลาเสร็จ จับตาแต่งตั้งโยกย้ายนายพลกว่า 100 ตำแหน่งในอีก 2-3 วันข้างหน้า
การปฏิรูปตำรวจและการสอบสวนในการซื้อขายตำแหน่งนายตำรวจยังคงเป็นที่จับตา ซึ่งก่อนหน้านี้มีการย้ายพลตำรวจโทเทศา ศิริวาโท ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการรตำรวจแห่งชาติ สั่งให้พลตำรวจเอกปัญญา มาเม่น จเรตำรวจเข้าทำการสอบสวนและพบมีมูลโดยมีนายตำรวจที่อยู่ในข่าย 3 นายเป็นระดับพลตำรวจโท 1 นาย พันตำรวจโท 1 นาย และพันตำรวจตรี 1 นาย พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา
ในเรื่องนี้ นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต สมาชิกสภา สปท.ซึ่งเป็นผู้ออกมาเปิดประเด็นการซื้อขายตำแหน่งของตำรวจ ได้เดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และได้ตั้งข้อสังเกตต่อการออกคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า เป็นการตั้งคณะกรรมการรสอบสวนข้อเท็จจริงในกรณีการซื้อขายตำแหน่งของตำรวจภูธรภาค 8 ที่สั่งเพียงให้มีการสอบสวนให้แล้วเสร็จ แต่ไม่มีการระบุเวลาการสอบสวน ขณะที่การปฏิรูปตำรวจนั้นจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีหลังจากรัฐธรรมนูญบังคับใช้ซึ่งเวลานี้เหลือเวลาอีกราว 8 เดือน ซึ่งต้องเสนอให้พลเอกบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจเร่งจัดเรียงลำดับความสำคัญ รวมทั้งเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและชีวิตตำรวจเองคือการให้ความเป็นธรรมในชีวิตตำรวจในการแต่งตั้งโยกย้าย เหตุเร่งในการปฏิรูปตำรวจคือการซื้อขายตำแหน่ง และการเข้าสู่ตำแหน่งโดยมิชอบ จนถึงวันนี้ยังไม่มีสัญญาณใดๆจากคณะกรรมการปฏิรูปว่ามีแนวทางอย่างไร ในอีก 2 วันข้างหน้าจะมีการแต่งตั้งนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในระดับนายพลเป็นร้อยอัตรา
นายวิทยายังแสดงความกังวลกับคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ที่ยังไม่ได้แสดงข้อคิดเห็นต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยิ่งจะสร้างความกังวลให้กับการเข้าสู่ตำแหน่งของตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจควรติดตามเรื่องนี้รวมทั้งการสอบสวนการซื้อขายตำแหน่งว่ามันมีกระบวนการซื้อขายตำแหน่งวิ่งเต้นโยกย้าย จ้างลาออกกันอย่างไรบ้าง
“เป็นสิ่งที่ได้ยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่ภาค 8 เท่านั้น กรณีภาค 8 ที่ได้มีการตั้งคณะกรรมการ ยืนยันว่าได้พูดถึงระบบตำรวจและการแต่งตั้งโยกย้าย ไม่เคยระบุว่าเกิดที่ภาคใด พอตั้งกรรมการสอบภาค 8 ผมยืนยันว่าภาคอื่นก็มี นครบาลก็มี และเชื่อว่าผู้บัญชาการนครบาลที่กำลังจะเกษียณท่านเป็นคนตรงไปตรงมาไม่ใช่ท่านแน่ และเชื่อว่าการตั้งคณะกรรมการสอบสวนพุ่งเป้าไปที่ภาค 8 นั้นเป็นเพียงการปิดเรื่องทั้งหมด คณะกรรมการปฏิรูปควรเปิดฉากสอบสวนทั้งหมดของกระบวนการ”
นายวิทยา แก้วภราดัย ยังกล่าวถึงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งความดำเนินคดีกับตนเองที่ไปพาดพิงนครบาล ว่าอยากให้มีการสอบให้จบทุกตำแหน่งก่อนที่จะไปเจอในศาลและสอบในภาคอื่นด้วยว่าๆไม่เกิดกรณีเช่นเดียวกับภาค 8 เพราะทุกอย่างมีรายละเอียดอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพอถึงเวลานั้นคณะกรรมการปฏิรูปอาจจะตามหลังการดำเนินการในศาลด้วยซ้ำไป ถ้าช้าในการตรวจสอบอาจจะต้องรอสำนวนทั้งหมดจากในศาล นายวิทยากล่าว




