อดีต สปท.ระบุคำพิพากษาทุจริตจำนำข้าว เป็นเครื่องชี้การปฏิรูปปราบปรามทุจริตเดินหน้า และสังคมกำลังก้าวข้ามระบบทักษิณ
นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตสมาชิก สปท.แสดงความคิดเห็นภายหลังจากการพิจารณาคดีทุจริตจำนำข้าว เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมาว่าการพิจารณาถึงขั้นที่อดีตรัฐมนตรีต้องถูกจำคุก พ่อค้า และข้าราชการที่รับใช้รัฐมนตรีต้องถูกจำคุกไปนั้นเป็นบทเรียนและเป็นสิ่งชี้ว่าการปฏิรูปเรื่องการปราบปรามทุจริตคอรัปชันเดินหน้าและเชื่อว่าเรากำลังจะเดินก้าวข้ามระบบทักษิณตำนานในการสืบทอดอำนาจระบบทักษิณนั้นน่าจะยุติลง สิ่งที่ต้องทำคือการปฏิรูปที่จะต้องล้างวิธีคิดแบบระบอบทักษิณ แบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา แบบคนรวยมีโอกาสมากกว่าคนจน หลังจากนี้รัฐบาลควรเตรียมการและเร่งปฏิรูปสังคมในด้านต่างๆ แต่ละเรื่องในขณะนี้ยังไม่บรรลุแต่จำเป็นต้องใช้และต้องเร่ง
ขณะเดียวกันนายวิทยา ยังแสดงความเห็นอีกว่า คณะรัฐมนตรีที่ไม่มีบทบาทเข้าข่ายรัฐมนตรีที่โลกลืม ซึ่งแม้แต่เรื่องของลำไย ไหทองคำ ยังต้องโยนให้นายกรัฐมนตรีตอบ จนขณะนี้บอกได้เลยว่ารัฐมนตรีโลกลืมพยายามประคองตัวไม่ให้ใครรู้จัก เป็นรัฐมนตรีที่โลกลืมและใครที่ประคองตัวเป็นรัฐมนตรีที่โลกลืมได้จะปลอดภัย ไม่มีสื่อมวลชนคอยติดตามถ้ารัฐมนตรีคนไหนที่ออกมาทำงานจะเป็นรัฐมนตรีที่ถูกจับตา รัฐมนตรีที่โลกลืมควรแสดงสปิริตลาออกเสียบ้างเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองและดำเนินการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งให้เป็นรูปธรรม
นายวิทยา ยังกล่าวอีกว่าขอเรียกร้องก่อนให้รัฐมนตรีที่รู้ตัวว่าเป็นรัฐมนตรัที่โลกลืมไผปแล้วแสดงสปิริตเสียก่อน อย่าให้นายกรัฐมนตรีต้องเกรงใจเพื่อน พี่น้อง หรือเกรงใจคนที่เคยรับปาก เพราะเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาหนึ่งนายกรัฐมนตรีจะใช้ความเป็นผู้นำและรัฐบุรุษขึ้นมา จะไม่เกรงใจใครแล้วจะเสียใจกัน และนายกรัฐมนตรีควรต้องทำใจด้วยว่า คำว่าเพื่อน คำว่าพี่ หรือคำว่าน้อง มันไม่ได้เหนือกว่าผลประโยชน์ชของชาติบ้านเมือง และที่สำคัญคนที่กินบุญนายกรัฐมนตรีควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมให้มากกว่านี้




