นักวิชาการ ฟันธง! “ยิ่งลักษณ์” เตรียมหนีออกนอกประเทศ รัฐบาล คสช. จะคุมอำนาจไปอีก 7-8 ปี
จากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อม.22/2558 ระหว่างอัยการสูงสุด โจทก์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลย เรื่องความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แต่ปรากฏว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ ไม่ได้มารับฟังคำพิพากษา โดยอ้างว่าป่วย ซึ่งศาลฯ พิจารณาแล้วว่าไม่มีใบรับรองแพทย์ จึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ พร้อมกับริบเงินประกันจำนวน 30 ล้านบาทของจำเลยไว้ด้วย ก่อนที่จะเลื่อนฟังคำพิพากษาอีกครั้ง เป็นวันที่ 27 กันยายน 2560
เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 60 ผศ.ดร.อดิศร เนาว์นนท์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกับเรื่องนี้ว่า กรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ยอมเดินทางมาฟังคำพิพากษาในครั้งนี้ ไม่ได้ผิดคาดมากนัก เพราะเริ่มมีสัญญาณตั้งแต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปโพสต์ในแฟนเพจส่วนตัวว่า ขอความร่วมมือไม่ให้แฟนคลับเดินทางไปให้กำลังใจที่ศาล ซึ่งคาดว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ อาจจะรู้ผลของคำพิพากษาครั้งนี้ ว่าไม่ส่งผลดีต่อตัวตนเอง จึงต้องถ่วงเวลาเพื่อตัดสินใจว่าจะอยู่หรือจะไป ซึ่งถ้าผลออกมาไม่เป็นคุณกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ เมื่ออยู่ในประเทศไทยก็จะต้องถูกดำเนินคดีจนถึงขั้นจำคุกหลายปี จะไม่เกิดประโยชน์กับพรรคเพื่อไทยเลย แม้ว่านักวิเคราะห์บางสำนัก จะบอกว่าการถูกจำคุกอาจจะได้รับคะแนนสงสาร เป็นผลดีต่อการเลือกตั้งก็ตาม แต่ตนเชื่อว่าจะถูกกลไกของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บล็อกไว้หมดแล้ว จึงเป็นไปได้ยากที่พรรคเพื่อไทยจะได้รับการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย แล้วเข้าบริหารประเทศอีกครั้ง ดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดขณะนี้ ตนมั่นใจว่ามีทางเดียวคือหนีออกนอกประเทศ เหมือนกับนายทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ ซึ่งการหลบหนีออกนอกประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ คงจะไม่ยากนัก และตนก็เชื่ออีกว่าจะได้รับความร่วมมือจากฝ่ายผู้มีอำนาจทางการเมืองขณะนี้ด้วย เพราะด้วยกลไกทางการเมืองในปัจจุบันนี้ ฝ่ายที่กุมอำนาจทางการเมืองอยู่ก็จะสามารถวางกลไกให้สืบทอดอำนาจได้ง่ายมากขึ้นกว่าตอนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ อยู่ในประเทศไทยเสียอีก
ผศ.ดร.อดิศร กล่าวว่า หลังจากนี้ไปทิศทางการเมืองของประเทศไทย วิเคราะห์ว่าในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็อาจจะมีการเคลื่อนไหวไม่มากนัก แต่ในกลุ่มของมวลชนผู้สนับสนุน หรือกลุ่ม นปช. จะเคลื่อนไหวเป็นคลื่นใต้น้ำอยู่ในพื้นที่เหมือนเดิมแน่นอน ถึงอย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันสังคมไทยมักจะอยู่กับผู้ที่ชนะ หรือมีอำนาจทางการเมืองเท่านั้น จึงมีความเป็นไปได้ว่าทิศทางทางการเมืองหลังจากนี้ก็จะเดินตามโรดแมปของ คสช. และอาจจะมีพรรคการเมืองหลายพรรค หันมาสวามิภักดิ์กับ คสช. ส่วนกลุ่มของพรรคเพื่อไทยก็จะค่อยๆ อ่อนกำลังลงในที่สุด ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของวงจรทางการเมือง ดังนั้นกลุ่มอำนาจทางการเมืองในปัจจุบันก็จะอยู่ไปอีกอย่างน้อย 7-8 ปีข้างหน้าแน่นอน.




