วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯลงพื้นที่อยุธยาปลูกต้นไม้ หวัง10ล้านต้น5หมื่นไร่ทั่วปท.

"พล.อ.ประยุทธ์" ลงพื้นที่บางบาล อยุธยา ร่วมปลูกต้นไม้ หวัง10ล้านต้น5หมื่นไร่ทั่วปท. ลั่นหยุดยั้งพวกมอดไม้ ยึดคืนพื้นที่นายทุน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ส.ค. ที่อาคารศูนย์การเรียนรู้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต.มหาพรหมณ์ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรษาครบรอบ 65 พรรษา และร่วมกันสืบสานพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วม โดยเป็นการเริ่มต้นโครงการเพื่อปลูกให้ครบ 10 ล้านต้นทั้ง 77 จังหวัด คาดเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ 5 หมื่นไร่ โดยกระทรวงทรัพยากรฯเป็นหน่วยงานหลักในการเตรียมต้นกล้าแจกจ่าย โดยมีข้าราชการ ประชาชนเข้าร่วมกว่า 2,000 คน

ทั้งนี้ เมื่อนายกฯเดินทางมาถึงได้เดินตรวจเยี่ยมที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้า ก่อนที่จะทักทายกับหน่วยงานภาครัฐและประชาชน พร้อมยกมือทำสัญลักษณ์ไอเลฟยู จากนั้นนายกฯได้เป็นประธานกล้าไม้ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด อาทิ ผู้ว่าฯจ.สระบุรี ลพบุรี อ่างทอง นนทบุรี ปทุมธานี และจ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงผู้แทนท้องถิ่น

จากนั้น นายกฯกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นการทำงานเพื่อศึกษาแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์ทรรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ประเทศไทยโชคดีที่มีรัชกาลที่ 9และรัชกาลที่ 10 ที่ได้ส่งให้นำแนวทางของรัชกาลที่ 9 มาทำในทุกๆด้าน โดยทรงรับสั่งเสมอมาว่าทุกอย่างรัชกาลที่ 9 ได้ทำไว้หมดแล้วขอให้พวกเราช่วยกันต่อเติมและปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม ดังนั้นรัฐบาลจึงนำสิ่งที่ได้พระราชดำริมาดำเนินการ ทั้งการบริหารราชการแผ่นดิน การรักษาการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ โดยต้องไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งที่ผ่านมาการบังคับใช้กฎหมายอาจมีการปล่อยปละละเลยทำให้การพัฒนาเดินหน้าไม่ได้ เราต้องการปลูกป่าเพิ่มขึ้นจาก 36 % เป็น 40 % โดยต้องนำพื้นที่บุกรุกมาดำเนินการพร้อมกับดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยส่วนราชการต้องหาวิธีการในการจัดการเรื่องเหล่านี้ให้ได้ไม่ใช่จะบอกแค่ว่ารัฐบาลรัฐบาลหรือ คสช. สั่งเพียงอย่างเดียว

"เราได้ยินคำว่าปลูกป่าในใจคนเสมอมา และไม่รู้ว่าพวกตัดไม้ทำลายป่ามีคำนี้ในใจหรือไม่ เพราะคนที่ติดคุกคือคนรับจ้างตัดไม้ หรือทุกคนที่เกี่ยวข้องมีแต่คำว่าตัดไม้ในใจคน ซึ่งคนเหล่านี้ต้องกำจัดด้วยกฎหมาย เพื่อฟื้นฟูป่าให้ได้ 40% และต้องจัดให้คนอยู่ร่วมกับป่าให้ได้ ทั้งนี้ คสช. ได้มีคณะกรรมการบริหารจัดการที่ดินแห่งชาติขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรป่าด้วย โดยผู้ครอบครองจะไม่ได้เป็นเจ้าของแต่จะส่งเสริมให้เป็นที่ดินทำกิน ทั้งนี้การปลูกป่าในใจคนจะต้องรักและหวงแหนไม่ใช่ปลูกทิ้ง ขอให้กระทรวงทรัพย์ฯไปตรวจสอบการปลูกป่าว่าที่ผ่านมานั้นมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง ได้มีการติดตามหรือไม่ใช่ปลูกแล้วตาย แล้วมาของบประมาณกันใหม่ ทั้งนี้การทำงานจะต้องมีความรับผิดชอบ มีผลสัมฤทธิ์ เพราะถ้าอ้างแผนการปลูกป่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมา วันนี้ประเทศไทยคงมีป่าเต็มไปหมด

นายกฯ กล่าวว่า อยากจะแนะนำเรื่องการปลูกป่าว่า 1.ต้องปลูกป่าในใจ 2.ควรปลูกป่าในบ้าน 3.ควรปลูกป่าในชุมชน 4.ปลูกป่าเพื่อให้เชื่อมโยงกับป่าไม้ใหญ่ เพื่อเป็นแหล่งอาหารแก่มนุษย์และสัตว์ เมื่อคนได้ประโยชน์จากป่าก็จะช่วยกันปกปักรักษา และอยากให้มีศูนย์เพาะพันธุ์ไม้ในชุมชน โดยอาจจะเก็บเมล็ดพันธุ์ในท้องถิ่น เพื่อนำเอาต้นไม้เหล่านี้ไปปลูกในชุมชนหมู่บ้านให้เป็นร่มเงาและสามารถใช้ประโยชน์ได้ และอยากแนะนำให้ปลูกต้นไม้ที่เป็นอาหารสัตว์ การดำเนินการของ คสช. นับว่าคืบหน้าไปพอสมควรเช่นการหยุดยั้งการบุกรุกการทำลายทรัพยากรธรรมชาติของนายทุนต้องยึดคืนพื้นที่ จากผู้มีอิทธิพลเพื่อนำมาให้คนจนและใช้ปลูกป่า ถ้าเรามีทรัพยากรป่าไม้น้ำก็จะไม่ท่วมสามารถชะลอน้ำได้และสามารถใช้ประโยชน์ได้ในหน้าแล้งซึ่งที่ผ่านมาคนไม่ค่อยให้ความสนใจ วันนี้เมื่อมีการตัดต้นไม้เมื่อน้ำมาจึงส่งผลให้เกิดน้ำท่วมโดยเราไม่ได้เรียนรู้ว่าจะอยู่กับธรรมชาติอย่างไรทั้งนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการแก้ไข ว่าจะป้องกันปัญหาอุทกภัยอย่างไรโดยจะต้องดูภาพรวมทั้งหมดทั้งป่า ทางระบายน้ำ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนอยากให้คนไทยช่วยกันดูแลให้เจริญเติบโตเป็นต้นไม้ที่มีชีวิตเป็นต้นไม้ของเราและธรรมชาติ สัตว์ต่างๆรวมถึงเทวดา ที่สิงสถิตอยู่วันนี้เทวดาไม่มีที่อยู่เพราะคนตัดต้นไม้ทิ้งกันหมด และคนก็ไปบวชต้นไม้กัน ขณะที่เทวดาไม่มีบ้านอยู่กันแล้วเพราะถูกตัดต้นไม้ทิ้ง