วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

งัดม.44เปิดตำแหน่ง 'ผู้ทรงคุณวุฒิ' 10อัตรา ประจำกระทรวง-กรม

"ประยุทธ์" งัดม.44 ออกคำสั่งเปิดตำแหน่ง "ผู้ทรงคุณวุฒิ" 10 อัตรา โยกขรก.นั่งประจำกระทรวง-กรม

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๐ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๖/๒๕๖๐ เรื่อง การกําหนดตําแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิประจําส่วนราชการ

เพื่อให้การปฏิรูปประเทศและการปฏิบัติราชการตามนโยบายของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโดยนําศักยภาพของข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกําลังใจให้แก่ข้าราชการที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น แต่ยังไม่มีโอกาสก้าวหน้าในตําแหน่งหน้าที่ภายใต้กฎ ระเบียบ หรือคําสั่งที่มีอยู่ จึงจําเป็นต้องแก้ปัญหาข้อจํากัดดังกล่าวเพื่อประโยชน์ข้างต้น

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ
มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ให้มีตําแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิประจําส่วนราชการ เพื่อใช้เป็นอัตราหมุนเวียนเฉพาะตัว
รวม ๑๐ ตําแหน่ง สําหรับการแต่งตั้ง หรือบรรจุและแต่งตั้งบุคคล ตามที่นายกรัฐมนตรีเห็นสมควรให้ย้าย โอน หรือเลื่อนขึ้นเพื่อแต่งตั้ง หรือบรรจุและแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งดังกล่าว โดยให้ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนราชการตามที่นายกรัฐมนตรีกําหนด ดังนี้
(๑) ผู้ทรงคุณวุฒิประจําส่วนราชการระดับกระทรวงหรือกรม จํานวน ๕ ตําแหน่ง โดยให้
เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทบริหาร ระดับสูง เทียบเท่าหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะ
เป็นกระทรวง รับเงินประจําตําแหน่ง ๒๑,๐๐๐ บาท
(๒) ผู้ทรงคุณวุฒิประจําส่วนราชการระดับกรม จํานวน ๕ ตําแหน่ง โดยให้เป็นข้าราชการ
พลเรือนสามัญ ประเภทบริหาร ระดับสูง เทียบเท่าหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม
รับเงินประจําตําแหน่ง ๑๔,๕๐๐ บาท
เมื่อนายกรัฐมนตรีเห็นเป็นการจําเป็นและสมควรแต่งตั้งข้าราชการฝ่ายพลเรือน ตํารวจ
หรือข้าราชการฝ่ายทหาร ผู้ใดที่อยู่ในอํานาจของฝ่ายบริหาร มาดํารงตําแหน่งดังกล่าวเป็นการเฉพาะตัว
เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการในการปฏิรูปและการบริหารงานเชิงยุทธศาสตร์ ให้ดําเนินการเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา และนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไปให้ผู้ทรงคุณวุฒิประจําส่วนราชการตาม (๑) อยู่ในการบังคับบัญชาและการมอบหมายงานของรัฐมนตรีเจ้าสังกัด ส่วนกรณีตาม (๒) ให้อยู่ในการบังคับบัญชาและการมอบหมายงานของปลัดกระทรวงเจ้าสังกัด

ข้อ ๒ ข้าราชการที่จะย้าย โอน หรือเลื่อนขึ้น เพื่อแต่งตั้ง หรือบรรจุและแต่งตั้งให้
ดํารงตําแหน่งตามข้อ ๑ ต้องไม่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบโดยรัฐ การดําเนินการทางวินัย
หรือการดําเนินคดีอาญา


ข้อ ๓ ให้สํานักงาน ก.พ. สํานักงบประมาณ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดําเนินการ
เกี่ยวกับตําแหน่ง อัตราเงินเดือน และสิทธิประโยชน์ของข้าราชการดังกล่าว และให้สํานักงาน ก.พ.กําหนดวิธีปฏิบัติตามคําสั่งนี้

ข้อ ๔ ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีเห็นสมควรให้ข้าราชการพ้นจากตําแหน่งตามข้อ ๑ หรือให้
ไปดํารงตําแหน่งอื่น ให้ดําเนินการตามกฎหมายและระเบียบราชการที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๕ กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคําสั่งนี้ ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเสนอประธาน ก.พ. วินิจฉัย คําวินิจฉัยของประธาน ก.พ. ให้ถือเป็นท่สีุด

ข้อ ๖ ในกรณีที่เห็นสมควร นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบ
แห่งชาติเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้

ข้อ ๗ เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๖๕
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้คําสั่งนี้สิ้นสุดลง แต่ไม่กระทบต่อผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งตามคําสั่งนี้อยู่ก่อนแล้ว

ข้อ ๘ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ