"ขนส่งทางบก-ขส.ทบ." นัดหอบหลักฐานรถเถื่อนนับพันคันสอดไส้ร่วมเวทีประมูลรถทหารให้ "ดีเอสไอ" ไล่รื้อขบวนการฟอกรถ
แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีหลบเลี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์หรูว่า ในวันนี้ (4 ก.ค. ) ผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์บริษัทจูบิลี่ไลน์ จำกัด ผู้นำเข้ารถยนต์ในเครือบริษัท นิชคาร์กรุ๊ป ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามความผิดมาตรา 27 พ.ร.บ.ศุลกากร ที่ระบุว่า ผู้ใดนำของที่ยังไม่ได้เสียภาษีเข้ามาในราชอาณาจักรไทย หรือออกนอกราชอาณาจักร หรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร ต้องปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของรวมกับอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยบริษัทจูบิลี่ไลน์ สำแดงใบขนส่งสินค้าเป็นเท็จทั้งหมด 28 ใบ ซึ่งมีโทษจำคุกใบละ 10 ปี ส่วนผู้ต้องหารายอื่นๆ รวมถึงนายภาณุศักดิ์ หรือนายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือ บอย ยูนิตี้ มีกำหนดเข้าพบพนักงานสอบสวนวันที่ 6 ก.ค.นี้ ซึ่งการนัดเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับทราบข้อกล่าวหาแทนได้ ผู้ต้องหาต้องเดินทางด้วยตนเอง ทั้งนี้ผู้ต้องหากลุ่มแรกที่ถูกเรียกเข้ารับทราบข้อหาเป็นกลุ่มผู้นำเข้ารถลัมโบร์กินี 30 คัน โดยกรมศุลกากรประเมินภาษีที่ชำระไว้ไม่ครบถ้วนจำนวน 650 ล้านบาท
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวระบุว่า ดีเอสไอจะเรียกผู้ประสงค์จะครอบครองรถหรูต่อไปให้นำเงินมาวางให้ดีเอสไอ 15 ล้านบาทนั้น ไม่เป็นความจริง โดยรถยนต์ที่ผ่านขั้นตอนการจดทะเบียนและมีผู้ครอบครองแล้ว ดีเอสไอยืนยันชัดเจนมาตลอดว่าเจ้าของรถสามารถเก็บรักษารถยนต์ไว้เองได้ แต่ต้องเข้ามาทำสัญญากับดีเอสไอว่าห้ามจำหน่ายจ่ายโอน และต้องส่งมอบรถให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบทันทีที่ได้รับการติดต่อ ส่วนรถที่ยังไม่ได้ขายและยังอยู่ในความครอบครองของบริษัทตัวแทนจำหน่าย ดีเอสไอจะอายัดไว้ที่บริษัท โดยกำหนดชัดเจนว่าห้ามจำหน่ายจ่ายโอนเช่นกัน หากผู้จัดจำหน่ายต้องการขายรถยนต์ที่ถูกอายัด ต้องนำเงินมาวางเป็นหลักประกันในวงเงืนที่เพียงพอกับภาษีที่ชำระไว้ไม่ครบถ้วน เพื่อป้องกันไม่ให้รถยนต์ถูกขายไปแล้วผลักภาระภาษีไปให้ผู้ซื้อ หรือขายไปแล้วรัฐไม่สามารถเรียกคืนภาษีได้
แหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยถึงกรณีการยื่นเอกสารเท็จประมูลรถขายทอดตลาดของกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) ว่า ในวันพรุ่งนี้ (5 ก.ค.) กรมการขนส่งทางบก และขส.ทบ.จะนำหลักฐานรถยนต์ที่ถูกสอดไส้นำเข้าสู่ประมูลรถยนต์ของทางราชการทั้งหมด 1,300 กว่าคันมาให้ดีเอสไอรับไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ เพื่อสอบสวนขบวนการนำรถผิดกฎหมายเข้าไปฟอกผ่านการประมูลรถยนต์ของหน่วยงานราชการ โดยแนวทางการสอบสวนจะ ตรวจสอบที่มาของรถว่าเป็นรถที่นำเข้าทั้งคันแต่แอบอ้างเป็นรถจดประกอบ รถสำแดงเอกสารใบอินวอยซ์เท็จ รถที่ถูกลักลอบนำออกมาจากเขตฟรีโซน หรือรถที่ถูกโจรกรรม
ทั้งนี้ เบื้องต้นพบว่ารถที่นำมาประมูลมีทั้งโรลล์รอยซ์ เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิ้ลยู ซึ่งไม่ใช่ประเภทรถยนต์ของทางราชการ และรถจิ๊ปทหารที่ถูกนำมาตัดหัวตัดท้าย สวมเลขเครื่อง โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นรถถูกนำไปยื่นขอจะทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกแล้ว 605 คัน ส่วนเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดนั้น ต้นสังกัดได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการแล้ว





