วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บี้รัฐบาลตรวจสกัดการลักลอบนำเข้าข้าวโพด

ปชป.บี้รัฐบาลตรวจสกัดการลักลอบนำเข้าข้าวโพด พร้อมซัดพาณิชย์ยุคยิ่งลักษณ์ เปิดมาตรการภาษีนำเข้า 0% แก่พ่อค้าอาหารสัตว์ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า นับตั้งแต่ฤดูกาลผลิตปี 2557 เป็นต้นมา มีการนำเข้าเริ่มตั้งแต่ 5.93 แสนตัน ต่อมาปี 2558 มีการนำเข้าเพิ่มเป็น 3.46 ล้านตันและปี 2559 มีการนำเข้าสูงถึงกว่า 5 ล้านตัน ปัจจุบันปี 2560 ส่วนหนึ่งนำเข้ามาแล้วน่าจะมากกว่า 1.5 ล้านตันและทยอยนำเข้าเพื่อกักตุน ขณะที่ฤดูกาลผลิตของเกษตรกรข้าวโพด และมันสำปะหลังยังมีรอเก็บเกี่ยวต่อเนื่องโดยเฉพาะข้าวโพดรุ่นที่2 จะออกอีกตอนปลายปี

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการปล่อยนำเข้าผลิตภัณฑ์อื่นที่สามารถนำมาทดแทนข้าวโพดและมันสำปะหลังในประเทศได้ เช่น กากข้าวโพด ปลาป่น และอื่นๆ อีกจำนวนมากทั้งหมดเป็นส่วนประกอบอาหารสัตว์ ซึ่งต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ นำตัวเลขมาเปิดเผยให้หมด ไม่ใช่เฉพาะข้าวสาลีนำ เข้าเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงผลผลิตและผลิตภัณฑ์อื่นที่นำมาทดแทนพืชเศรษฐกิจในประเทศไทย

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าแม้รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะพยายามแก้ไขโดยออกมาตรการมาในปี 2560 โดยสร้างเงื่อนไขให้บริษัทกลุ่มอาหารสัตว์สามารถนำเข้าข้าวสาลีมาได้ในสัดส่วน 3:1 คือนำเข้าหนึ่งส่วน ต้องซื้อข้าวโพดในประเทศ3 ส่วนนั้น ในทางปฏิบัติก็ยังไม่เกิดเสถียรภาพ และความมั่นคงต่อเกษตรกร เนื่องจากพบว่ามาตรการที่จูงใจกลุ่มพ่อค้าผู้นำเข้าข้าวสาลี คือมาตรการยุครัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2556 ได้เริ่มมาตรการอุ้มคนรวยโดยปรับลดภาษีนำเข้าเป็น 0% และมาตรการนี้ก็ยังคงใช้ต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลยุคปัจจุบัน

นางมัลลิกา ยืนยันว่า ถึงเวลาต้องทบทวนเปลี่ยนเงื่อนไขเหล่านี้ เพื่อคุ้มครองเกษตรกร เพราะคนจน คนรวย ต้องได้สิทธิดำรงอยู่ภายใต้นโยบายที่เป็นธรรม ดังนั้นจึงขอเสนอ คือ 1. ขอให้ยกเลิกการนำเข้าข้าวสาลีเพื่อเป็นส่วนประกอบอาหารสัตว์โดยเด็ดขาด 2.ในส่วนที่ต้องนำเข้าเพื่อเป็นอาหารมนุษย์นั้นต้องจ่ายภาษีนำเข้า 27% ตามเดิมก่อนการเปลี่ยนแปลง 3.หากใครพยายามจะนำเข้าเพื่อมาเป็นอาหารสัตว์อีก ต้องจ่ายภาษีนำเข้า 35% เช่น ประเทศฟิลิปปินส์

4.ป้องกันและสกัดจับกุมกลุ่มผู้ลักลอบนำเข้าข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์อย่างจริงจัง 5.กระทรวงพาณิชย์ต้องบูรณาการความร่วมมือกับฝ่ายความมั่นคงเพื่อควบคุมพ่อค้าคนกลางที่เป็นผู้รับซื้อพืชไร่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ให้เกิดความเป็นธรรมด้วย เพราะปัจจุบันพ่อค้าคนกลางมักอ้างเรื่องความชื้นกดราคาชาวไร่เช่นกัน

นางมัลลิกา กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่กระทรวงพาณิชย์ และบางฝ่ายกังวลต่อข้อผูกพันองค์การการค้าโลก หรือ WTO นั้น ตัดปัญหานี้ไปได้เลยเนื่องจากเงื่อนไขส่วนหนึ่งของ WTO คือประเทศสมาชิกต้องได้รับความมั่นคงปลอดภัยด้านชีวิตประชาชนด้วยตรงนี้สามารถอ้างได้เพราะ เรามีวิกฤติชีวิตประชาชนในประเทศ หรือ การเก็บภาษีนำเข้าไม่ว่าจะ 27-35% ก็ไม่ได้ผิดเงื่อนไข WTO

ประเทศฟิลิปปินส์เพื่อนบ้านเราก็เก็บภาษีนำเข้าข้าวสาลี 35% เช่นกัน ขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยเราภาษีนำเข้าก็ไม่เก็บสักบาทชีวิตเกษตรกรก็ลำบากผลประโยชน์ตกอยู่เฉพาะนายทุนรายใหญ่กับพ่อค้าเท่านั้น

"เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบและหน้าที่โดยตรงของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เพราะกระทรวงที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงการคลังที่ไปลดภาษีนำเข้าเป็น 0% และกระทรวงพาณิชย์ กับกระทรวงเกษตรฯ ขอเรียนว่าในโลกยุคปัจจุบันทีมเศรษฐกิจอย่าแอบอ้างเรื่องอุตสาหกรรมที่ผลิตในประเทศไม่ได้มาเป็นมาตรฐานของการไม่เก็บภาษีนำเข้า ถ้าทีมเศรษฐกิจ ดร.สมคิด ไม่มองข้ามคนจนและเกษตรกรก็จะรู้ว่าพืชชนิดใดก็ตามผลิตภัณฑ์ส่วนประกอบชนิดใดก็ตามที่นำเข้ามาเพื่อใช้ทดแทนพืชไร่ในประเทศตัวเองไม่ต้องใช้ทักษะทางด้านเศรษฐศาสตร์หรอกแต่ใช้เพียงแค่สามัญสำนึกก็จะรู้ว่าควรจะแก้ไขอย่างไร แบ่งหัวใจข้างหนึ่งและแบ่งหูข้างหนึ่งของท่านฟังเกษตรกรบ้าง อย่าฟังแต่นายทุนใหญ่รายนั้น" นางมัลลิกา กล่าว