วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ร้องเอาผิดขรก.เอี่ยวสวมสิทธิ์ส่งออกสัตว์น้ำ!!

เสี่ยส่งออกสัตว์น้ำจืดรายใหญ่ ร้องยุติธรรมเอาผิดขบวนการสวมสิทธิ์ลักลอบส่งออกสัตว์น้ำ เชื่อมีข้าราชการระดับสูงเอี่ยวไม่น้อยกว่า 2 คน วอนดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ

ที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ นำนายพิสิทธิ์ หล้าสุดตา กรรมการผู้จัดการบริษัท ซีอินเตอร์ เนชั่นแนล โพรเซ่นโปรดักส์ จำกัด ผู้ค้าสัตว์น้ำจืดรายใหญ่ของประเทศ ซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการถูกปลอมแปลงและแอบอ้างสวมสิทธิ์ในการส่งออกไปยังต่างประเทศ เข้ายื่นเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารต่อนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม หลังจากก่อนหน้านี้เคยยื่นคำร้องผ่านกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พิจารณารับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ

โดยนายสงกานต์ กล่าวว่า การทำสำนวนของตำรวจมีความผิดปกติ โดยพยายามสรุปสำนวนให้เข้าข่ายความผิดนอกราชอาณาจักร และจะส่งสำนวนให้อัยการในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ ทั้งที่หลักฐานมีความชัดเจนว่า เป็นการปลอมแปลงเอกสารสมุดบัญชีของธนาคารในจังหวัดสมุทรสาคร ตนจึงไปยื่นหนังสือต่ออัยการขอให้ส่งสำนวนกลับคืนให้เจ้าของสำนวน เนื่องจากขณะนี้กระทรวงยุติธรรมจะส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาว่า คดีเข้าข่ายรับโอนเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ทั้งนี้ตนได้ยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) กรณีมีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยเชื่อว่า มีข้าราชการเกี่ยวข้องมากกว่า 2 ราย ซึ่ง ปปช.ได้ไต่สวนพยานไปบ้างแล้ว

ด้านนายธวัชชัย กล่าวว่า ที่ประชุมของคณะกรรมการรับเรื่องราวร้องทุกข์กระทรวงยุติธรรมพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นคดีมีความยุ่งยากซับซ้อน จึงมีมติให้ดีเอสไอรับไปพิจารณาดำเนินการว่า เข้าข่ายรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ส่วนที่ผู้ร้องนำหลักฐานที่เชื่อมโยงเอาผิดกับขบวนการลักลอบส่งออกสัตว์นำจืดออกนอกประเทศ โดยอ้างว่า อาจมีข้าราชการเกี่ยวข้องมามอบให้นั้น กระทรวงยุติธรรมจะรับเอกสารดังกล่าวไว้ และส่งต่อดีเอสไอ และส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่รับไปพิจารณา โดยกระทรวงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เพราะเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงให้จำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต นอกจากนี้ ยังต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งเท่า แต่ไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหรือประโยชน์ที่ได้รับ