วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยร้องขอเมียนมา ช่วยปราบเครือข่ายยาฯ-ฝาก18หมายจับ

ป.ป.ส.ประชุมทวิภาคีไทย-เมียนมา ไทยร้องขอให้ช่วยสืบ-ปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด ส่งหมายจับให้ 18 หมาย ขณะที่เมียนมาร์เผยขบวนการค้ายาใช้เส้นทางทางน้ำเลี่ยงถูกจับ

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย และพลตำรวจจัตวา อ่อง วิน อู (Pol. Brig. Gen. Aung Win Oo) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเมียนมา และเป็นเลขาธิการป.ป.ส.เมียนมา พันเอกฉ่วย ผอ.ส่วนปราบปรามยาเสพติด ป.ป.ส.เมียนมา พร้อมคณะผู้แทนเมียนมา ร่วมแถลงข่าวการประชุมทวิภาคี ไทย-เมียนมา เรื่องความร่วมมือด้านการปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 19

นายศิรินทร์ยา กล่าวว่า กระประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อติดตามสถานการณ์ และแนวโน้มปัญหายาเสพติดของทั้ง 2 ประเทศ ติดตามผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุมฯ ครั้งที่ 18 แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารยาเสพติดเชิงลึกเกี่ยวกับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ และทบทวนปัญหาอุปสรรคที่เกิดจากการปฏิบัติงานทบทวนการดำเนินงานการปราบปรามยาเสพติดที่ผ่านมาและความร่วมมือที่จะดำเนินการร่วมกันต่อไปในอนาคต และพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของทั้งสองประเทศ

นายศิรินทร์ยา กล่าวต่อว่า สำหรับผลการประชุมที่สำคัญ ได้แก่ 1.การวิเคราะห์สถานการณ์การผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ 2.ฝ่ายไทยร้องขอให้ฝ่ายเมียนมาสืบสวนและปราบปรามการค้ายาเสพติดเครือข่ายต่างๆ ที่ลักลอบส่งยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ 3.ทั้งสองฝ่ายจะสืบสวนจับกุมนักค้ายาเสพติดที่หลบหนีหมายจับ โดยฝ่ายไทยส่งหมายจับให้ฝ่ายเมียนมา จำนวน 18 หมาย และฝ่ายเมียนมาส่งหมายจับให้ฝ่ายไทย จำนวน 1 หมาย

4. การร่วมมือดำเนินงานแผนปฏิบัติการปิดล้อมพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำภายใต้แผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย 6 ประเทศ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2559-2561) 5. การเชื่อมโยงข้อมูลการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดกับข้อมูลการข่าว เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการจัดทำ drug profiling เพื่อหาที่มาของแหล่งผลิตยาเสพติดที่ถูกยึดได้ 6. ฝ่ายไทยจะจัดการฝึกอบรมหลักสูตรการตรวจพิสูจน์ยาเสพติด และการตรวจพิสูจน์สารเคมีและสารตั้งต้นให้กับเจ้าหน้าที่เมียนมา จำนวน 3 รุ่น รุ่นละ 60 คน 7. ฝ่ายไทยขอความร่วมมือเมียนมาในการสืบสวนบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการบรรจุยาเสพติด

นายศิรินทร์ยา กล่าวต่อว่า 8. สองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มความความเข้มข้นของความร่วมมือระหว่างสำนักงานประสานงานการปราบปรามยาเสพติดชายแดน (Border Liaison Offices-BLO) ของทั้งสองประเทศ 9. ฝ่ายไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการร่วม (Joint Project Steering Committee: JPSC) โครงการพัฒนาทางเลือกเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนไทย-เมียนมา ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 14-17 สิงหาคม 2560 ณ ประเทศไทย 10. ฝ่ายไทยยืนยันจะส่งเสริมความร่วมมือโครงการเสริมสร้างและยกระดับความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการยุติแหล่งผลิตและทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ ภายใต้ข้อตกลง (LoA) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและการควบคุมยาเสพติดกับหน่วยงานกลางด้านยาเสพติดของประเทศเพื่อนบ้านต่อไป ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้ว 3 ปี และการสนับสนุนงบประมาณในปี 2560 อยู่ระหว่างการขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี

ขณะที่พันเอกฉ่วย กล่าวว่า ชายแดนไทย-เมียนมามีระยะทางยาว แม้จะมีความร่วมมือกันในการปราบปรามยาเสพติดระหว่างไทยและเมียนมากันอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีการแอบลำเลียงยาเสพติดหลุดรอดออกมาได้ อย่างไรก็ตามประเทศเมียนมาไม่มีสารเคมีที่จะใช้ในการผลิตยาเสพติดด้วยตัวเอง กลุ่มต่างๆ มีการลักลอบนำเข้าสารเคมีเข้ามาโดยผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ ซึ่งทางการยังไม่สามารถควบคุมได้จึงทำให้การผลิตยาเสพติดยังมีอยู่ โดยมีการลำเลียงผ่านเส้นทางใหม่คือเส้นทางน้ำ ผู้ลำเลียงยาเสพติดรู้ว่าทางการมีการปราบปรามยาเสพติดในเส้นทางไหนก็จะหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น