รองโฆษก ตร. อ้างหลักการทำคดี กรณีตำรวจกว่า 90 นาย มีชื่อในบันทึกการจับกุม "เปรี้ยว-เอิร์น-แจ้" 3สาวฆ่าหั่นศพ ย้ำเร่งสรุปสำนวนส่งอัยการ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 มิถุนายน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบบันทึกการจับกุมคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย หรือ "น้องแอ๋ม โดยปรากฏรายชื่อนายตำรวจตั้งแต่ระดับสัญญาบัตรจนถึงชั้นประทวนมากกว่า 90 คน ร่วมจับกุมเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และการมีชื่อในบันทึกการจับกุม หากไม่ได้ร่วมปฏิบัติการจับกุมจริง ถือได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อหวังประโยชน์อื่นใดในตำแหน่งหน้าที่ราชการ ว่าในบันทึกการจับกุมดังกล่าวส่วนแรกเป็นนายตำรวจที่เป็นผู้บังคับบัญชาในการคอยอำนวยการในทางคดี และส่วนที่สองคือเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจับกุม ซึ่งต้องไปดูรายละเอียดเป็นกรณีไปว่าเกี่ยวข้องในขั้นตอนใด
โดยหลักการแล้วนายตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องลงชื่อในบันทึกการจับกุมทั้งหมดทุกนาย เพราะในขั้นตอนต่อไปต้องไปปรากฏตัวที่ศาลเพื่อเป็นพยานในการจับกุม
รองโฆษก ตร. กล่าวย้ำว่า สาเหตุการฆาตกรรมครั้งนี้เป็นไปตามที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์โดยเเป็นความขัดแย้งส่วนตัวและยังไม่พบเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติแต่อย่างใด ส่วนการทำคดีนี้ไม่ได้ซับซ้อนเนื่องจากผู้ต้องหาได้ทิ้งร่องรอยพยานหลักฐานไว้ ซึ่งตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนไปตามพยานหลักฐานและร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆจนทำมาสู่การจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด
หลังจากนี้พนักงานสอบสวนมีเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปสำนวนคดีให้อัยการประมาณ 2 เดือน ยืนยันว่าตำรวจไม่ได้เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่ดำเนินคดีไปตามขั้นตอน พยานหลักฐาน จึงขอสื่อมวลชนและประชาชนวิเคราะห์ข้อมูลรอบด้าน และเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่





