"อคส." โร่แจ้งความทุจริตข้าว 223 ล้าน ด้าน "ป.ป.ท." ร่วมลงพื้นที่ตรวจโกดังข้าว นครสวรรค์และกำแพงเพชร ระบุเป็นพื้นที่สร้างความเสียหายสูงสุดของประเทศ รวม4หมื่นล้าน สั่งสอบเส้นทางข้าวหายไปอยู่ในมือใคร
นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีคลังสินค้าศิริวรรณ หลังที่ 2 จ.นครสวรรค์ ซึ่งเก็บรักษาข้าวขององค์การคลังสินค้า (อคส.) ขนส่งข้าวจำนวน 6,205.30 ตัน ส่งให้กับปลายทางบริษัท สิงห์โตทอง ไรซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตั้งอยู่ที่จ.กำแพงเพชร เพื่อนำข้าวไปปรับปรุงคุณภาพ ซึ่งพบว่ามีการเซ็นส่งและรับข้าวโดยหัวหน้าคลังสินค้าเป็นผู้จัดทำเอกสาร แต่กลับไม่มีข้าวส่งมาที่บริษัทสร้างความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท โดยกรณีดังกล่าวสืบเนื่องโครงการรับจำนำข้าวปี 2556
นายประยงค์ กล่าวว่า การตรวจสอบครั้งนี้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเดิมและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยประสาน อคส. ที่ระบุว่าได้ฝากข้าวไว้ที่คลังดังกล่าว1แสนกระสอบหรือประมาณ 1 หมื่นตัน ตามความจุของคลัง เบื้องต้นทราบว่าคลังดังกล่าวต้องส่งสินค้ากระจายไปหลายจังหวัด ซึ่งต้องตรวจสอบอีกว่า จำนวนข้าวที่เหลือกระจายไปอยู่ที่ใด โดยโครงการรับจำนำข้าวถือเป็นโครงการสำคัญถูกตรวจสอบเป็นคดีความ
ทั้งนี้ หลังตรวจสอบพบว่าไม่มีข้าวส่งไปปลายทางแต่มีการทำเอกสารส่งและรับข้าว อคส.จึงแจ้งความดำเนินคดีกับหัวหน้าคลังสินค้า ในส่วนของป.ป.ท.ได้สั่งการให้ตรวจสอบเส้นทางข้าวจำนวน 1แสนกระสอบที่ถูกเก็บไว้กับโกดังศิริวรรณ 2 ซึ่งรับฝากข้าวจำนวนดังกล่าวสูญหายไปแล้ว 6,000 ตัน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าข้าวส่วนที่เหลือสูญหายไปด้วยหรือถูกระบายไปยังจุดใด ซึ่งคดีที่จ.นครสวรรค์และกำแพงเพชร ป.ป.ท.ตั้งอนุไต่สวนเป็นคดีใหม่ทำให้ขณะนี้มีสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องเพิ่มจาก 987 สำนวน เป็น 990 สำนวน และยังมีคดีรอรับเพิ่มจากตำรวจอีก 9 สำนวน ซึ่งจะทยอยแจ้งข้อหาได้ภายในเดือนมิ.ย.นี้
พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานกรรมการ อคส . กล่าวระหว่างนำเจ้าหน้าที่ตรวจโกดังบริษัท สิงห์โตทองฯ จ.กำแพงเพชร ว่าโกดังดังกล่าวเคยถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมการตรวจสอบข้าวชุดของม.ล.ปนัดดา ดิศกุล เมื่อปี 2557 โดยตรวจพบว่ามีการนำข้าวขาวมาล้อมกองข้าวเหนียว จากการตรวจสอบ อคส.ได้แจ้งความไปแล้วกว่า 700 สำนวน มีเพียงโกดังดังกล่าวที่เจ้าหน้าที่ทราบข้อเท็จจริงแล้ว แต่ไม่ยอมเข้าแจ้งความดำเนินคดี วานนี้(31 พ.ค.) ตนจึงได้มอบฝ่ายกฏหมายเข้าแจ้งความที่กองปราบปราม หลังจากนี้จะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีอาญาทุกราย
ส่วนกรณีที่เจ้าของคลังและเจ้าหน้าที่อคส.และเซอร์เวย์เยอร์พยายามแก้ตัวว่า ข้าวที่นำมาเก็บยังไม่ได้ทำสัญญา เจ้าของโกดังก็ยังไม่ได้รับเงินค่าปรับปรุงสภาพข้าวนั้น เป็นเพียงข้ออ้าง แต่ทุกคนยอมรับในข้อเท็จจริงแล้วว่ามีข้าวนำเข้ามาจัดเก็บ เมื่อรู้ว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นแต่นิ่งเฉยอยู่เป็นปี หลังเกิดเหตุไฟไหม้โกดังก็คัดแยกข้าวไปวางกองภายนอกอ้างว่ารอเคลมประกันเพื่อจ่ายคืนค่าเสียหายให้อคส.ก็ยังเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบว่าปฏิบัติไปตามขั้นตอนหรือไม่
ผู้สื่ข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าการแจ้งความดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่อคส.เพิ่งดำเนินการเพียง 1 วันก่อนป.ป.ท.ลงพื้นที่ตรวจสอบ สำหรับสภาพข้าวภายในโกดังที่มีจำนวนมากพบว่าอยู่ในสภาพเสียหายทั้งหมด เพราะถูกกองทิ้งไว้ โดยไม่มีการรมยาและปรับปรุงคุณภาพข้าวตามกำหนดเวลา ทำให้เดิมที่เสียหายเพียงการทุจริตนำข้าวเจ้ามาล้อมกองข้าวเหนียว แต่เมื่อไม่มีการดูแลตามขั้นตอนทำให้ข้าวกลับเสียหายทั้งหมด 75,900 ตัน คาดว่าเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 223 ล้านบาท สำหรับการจัดเก็บข้าวในโครงการรับจำนำข้าว อคส.ได้นำข้าวไปฝากที่โกดังกลาง 14 จังหวัด ประกอบด้วย นครสวรรค์ กำแพงเพชร สุรินทร์ พิจิตร ชัยนาท พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สระบุรี อุบลราชธานี ลพบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม อุทัยธานี และเชียงใหม่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 1 แสนล้านบาท
โดยมี 4 จังหวัดที่มีความเสียหายสูงสุดเกินหลักหมื่นล้านบาท ประกอบด้วย จ.นครสวรรค์เป็นถูกดำเนินคดีมากที่สุด 201 คดี ความเสียหายกว่า 25,000 ล้านบาท รองลงคือกำแพงเพชร มี 102 คดี เสียหายกว่า 15,000 ล้านบาท สุรินทร์ มี 94 คดี เสียหายกว่า 13,000 ล้านบาท และพิจิตร มี 60 คดี เสียหาย 12,000 ล้านบาท ขณะที่แยกเป็นเขตพื้นที่จะพบว่ าป.ป.ท.เขต 6 หรือภาคกลางตอนบนและภาคเหนือตอนล่าง เกิดความเสียหายรวมเกินครึ่งเมื่อเทียบกับมูลค่าความเสียทั้งหมดกว่า 115,000 ล้านบาท ในพื้นที่เขต 6 มี 507 คดี เสียหายกว่า 66,000 ล้านบาท โดยมีโกดังข้าวกระจายในพื้นที่ 8 จังหวัดประกอบด้วย กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ อุทัยธานี




