วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไร้ข้อสรุปประชุมร่วมผู้นำศาสนา 8 องค์กรชายแดนภาคใต้

"แม่ทัพภาคที่ 4" เผยยังไม่ได้ข้อสรุปจากการประชุมร่วมผู้นำศาสนา 8 องค์กรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เตรียมหารืออีกครั้ง 23 พ.ค.นี้

ที่ห้องประชุม 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้แทนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมร่วมกับผู้นำศาสนา 8 องค์กร ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา,สภาอูลามาอฺฟาฎอนีย์ดารุสลาม,สมาคมสถาบันปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้,สมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และชมรมมุสลิมภราดรภาพ เพื่อชี้แจงแผนปฏิบัตงานในช่วงเดือนรอมฎอน และการจัดกิจกรรม“รวมพลัง สร้างสันติสุข”เนื่องในเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ประจำปีฮิจ เราะห์ศักราช (ฮ.ศ.) 1438 โดยในที่ประชุมแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ขอความร่วมมือจากผู้นำศาสนา ให้ช่วยกันหาทางออกร่วมกันในการที่กลุ่มคนร้ายใช้ศาสนสถาน ในการก่อเหตุรุนแรง และ ใช้เป็นสถานที่หลบซ่อนตัวของคนร้าย

โดย พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าวว่า จากการประชุมหารือร่วมกันนั้น ในวันนี้ ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ซึ่งตนเองได้ให้การบ้านกับผู้นำศาสนาไป เพื่อสรรหาแนวความคิดและวิธีการในการร่วมกันป้องกันเหตุ ในกรณีของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ใช้สถานที่ปฏิบัติกิจทางศาสนาเป็นที่ก่อเหตุ และมีผู้นำศาสนาบางรายมีส่วนร่วมรู้เห็น หรือให้การสนับสนุนในการก่อเหตุความไม่สงบ ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรทางศาสนา โดยตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา ผู้นำศาสนาได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการให้คำแนะนำและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องทำให้สามารถคลี่คลายปัญหาต่างๆ มาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้หลายฝ่ายได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาเพื่อนำสันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่แต่มีบุคคลบางกลุ่มยังคงพยายามสร้างสถานการณ์ความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาอิสลาม เป็นสถานที่ในการก่อเหตุ และสนับสนุนการก่อเหตุโดยมีผู้นำศาสนาบางคนเข้ามามีส่วนร่วมในการ กระทำความผิดซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย ดังนั้นจึงต้องขอความร่วมมือจากผู้นำศาสนาช่วยกันเสนอแนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสมเพิ่มเติมเพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ต่อไป