ตำรวจขยายผลเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ คุมตัว “เจ๊หมิง” ภรรยา “เฮียนนท์” พร้อมตรวจค้นบริษัทรับแลกเปลี่ยนเงิน หลังพบพฤติการณ์รับโอนเงินให้เครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ 5 ขบวนการ พร้อมตรวจยึดตู้เซฟ 2 ใบ เตรียมเปิดตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติม
ตำรวจขยายผลเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ควบคุมตัว นางสิริการย์ กุลวัฒน์ หรือ “เจ๊หมิง” ภรรยาของ นายยศวัฒน์ วีระชัยภัคสิริ หรือ “เฮียนนท์” พร้อมนำหมายค้นจากศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ ค.93/2560 เข้าตรวจค้นบริษัท พาวเวอร์ เอ็กเชนจ์ จำกัด เลขที่ 47, 47/1-2 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เพื่อค้นหาทรัพย์สินและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดเครือข่าย นายภูซะนะ สิงห์นวงศ์ นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ชาวลาว
พล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา สบ.10 เปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบว่า นางสิริการย์ หรือ “เจ๊หมิง” เปิดบริษัทรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อประกอบธุรกิจบังหน้า แต่จากแนวทางการสืบสวนพบว่า บริษัทดังกล่าวมีพฤติการณ์รับโอนเงินให้กับขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ถึง 5 ขบวนการ
หนึ่งในนั้นคือเครือข่ายของ นายภูซะนะ สิงห์นวงศ์ ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ชาวลาว รวมถึงขบวนการค้ายาเสพติดของชาวต่างชาติรายอื่น โดยพบว่า นายยศวัฒน์ ซึ่งเป็นสามีของนางสิริการย์ เป็นผู้ติดต่อประสานงานกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนดำเนินการโอนเงินไปยังต่างประเทศ
สำหรับค่าตอบแทนในการดำเนินการ บริษัทของ “เจ๊หมิง” จะได้รับค่าจ้างในอัตราร้อยละ 0.8 ของยอดเงินที่โอนในแต่ละรายการ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลว่า บริษัทดังกล่าวรับฝากทองคำแท่งจากเครือข่ายยาเสพติด ซึ่งเป็นทองคำที่นายยศวัฒน์รับดำเนินการให้กับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดอีกทอดหนึ่ง
จากการตรวจสอบประวัติของกิจการพบว่า บริษัทดังกล่าวเพิ่งรับช่วงหรือเซ้งกิจการมาเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสืบสวนขยายผลจนสามารถติดตามตรวจค้นและควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องได้
พล.ต.อ.สุวิระ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจค้นอาคารพาณิชย์ที่ตั้งของบริษัท พบว่า ชั้น 1 เปิดเป็นสถานที่ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ส่วนบริเวณด้านหลังเคาน์เตอร์พบตู้เซฟขนาดใหญ่ 1 ตู้
ส่วนชั้น 2 ใช้เป็นสำนักงานของบริษัท และพบตู้เซฟขนาดใหญ่อีก 1 ตู้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเปิดตู้เซฟทั้งสองใบได้ เนื่องจากรหัสและกุญแจสำหรับเปิดตู้อยู่กับบุคคลที่รู้จักในชื่อ “ด้า” และ “กบ”
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เตรียมเคลื่อนย้ายตู้เซฟทั้ง 2 ใบไปยังสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี พร้อมประสานผู้เชี่ยวชาญเข้าดำเนินการเปิดตู้เซฟ เพื่อค้นหาเอกสาร ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐานอื่นที่อาจเชื่อมโยงกับขบวนการยาเสพติด
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการขยายผลเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบทั้งเส้นทางการเงิน การติดต่อสื่อสาร และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมโยงไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่น รวมถึงผู้ที่ทำหน้าที่สนับสนุนด้านการเงินและฟอกเงินให้กับเครือข่ายยาเสพติดต่อไป





