"เรืองไกร" ยื่น "สตง." สอบ "เรือดำน้ำ" เพิ่ม เชื่อไม่ใช่รัฐต่อรัฐจริง มองขัดวินัยการเงินการคลัง ผิดรธน. ม.224 ลั่น!! ให้เวลา 2 สัปดาห์ก่อนร้องปปช. เอาผิดทั้ง ครม. แน่
ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโร ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อขอให้ตรวจสอบโครงการจัดหาเรือดำน้ำว่า มีการใช้เงินแผ่นดินเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหรือไม่ โดยมีนางชลาลัย สุขสถิตย์ ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน 1 เป็นผู้รับเรื่อง โดยนายเรืองไกร กล่าวว่า ขอให้สตง.ตรวจสอบเพิ่มเติมคือการจัดซื้อด้วยวิธีรัฐต่อรัฐหรือจีทูจีจริงหรือไม่ เพราะบริษัทไชน่า ชิปบิวดิ้ง แอนด์ ออฟชอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งทำสัญญากับกองทัพเรือในกรณีนี้ เคยเป็นคู่สัญญากับรัฐบาลไทยมาก่อนในลักษณะข้อตกลงระหว่างกองทัพบกกับบริษัทผู้ขายโดยตรงไม่ใช่กับรัฐบาลแต่อย่างใด
นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลโครงการดังกล่าวเกี่ยวกับตัวเลขการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณวงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท แตกต่างจากโครงการอื่น เช่น โครงการจัดหาสะพานยุทธวิธีสนับสนุนหน่วยทหารช่าง วงเงิน 577.50 ล้านบาท ที่มีการเปิดเผยข้อมูลผ่านเวปไซด์ของรัฐบาลที่ www.cabinet.soc.go.th อย่างไม่ปิดบังแต่โครงการจัดหาเรือดำน้ำกลับไม่มีการเปิดเผยให้สาธารณชนรับทราบอย่างที่เคยปฏิบัติมา อีกทั้งยังเห็นว่าการดำเนินโครงการดังกล่าวของคณะรัฐมนตรีเป็นการใช้จ่ายเงินที่ไม่เป็นไปตามวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
"ในการหาข้อมูลเกี่ยวกับเรือดำน้ำในสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจะพบข้อมูล 3 ชิ้น คือ 1 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไปประเทศจีนเรื่องเอฟ 26 จี 2 ข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีให้ทำเองขนาดเล็ก และ 3 เรื่องการวิจัยพัฒนาและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของกระทรวงกลาโหม ผมสงสัยว่าข้อมูลที่ 3 นี้น่าจะเกี่ยวข้องกับโครงการจัดหาเรือดำน้ำ โดยเรื่องดังกล่าวพล.อ.ประวิตร ทำหนังสือเสนอเข้าครม.เพื่อรับทราบในวันที่ 7 เมษายน 2560 ซึ่งเป็นวันที่รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้แล้ว ดังนั้นการดำเนินโครงการนี้ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญปี 60 ด้วย หากสตง.ไม่ดำเนินการอะไรภายใน 2 สัปดาห์นี้ ผมจะไปยื่นเรื่องต่อ ปปช.เอาผิดครม.ทั้งคณะตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และรัฐธรรมนูญมาตรา 244 กรณีไม่ปฏิบัติตามหลักวินัยการเงินการคลัง" นายเรืองไกร กล่าว
ด้านนางชลาลัย ยืนยันว่า สตง.ได้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องและจะนำข้อมูลของนายเรืองไกรไปประกอบการตรวจสอบด้วย ซึ่งในวันนี้ (15 พ.ค.60) ผู้ตรวจสอบโครงการนี้จะสรุปผลตรวจสอบในเรื่องงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างให้นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รับทราบและพิจารณาว่าจะต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างไรหรือไม่ โดยจะมีการแถลงผลอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะในเร็ว ๆ นี้





