วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลรธน.ครบ19ปี ชำแหละรัฐธรรมนูญเดือด หวั่นกลายเป็นระเบิดเวลา

สัมมนา 19 ปี ศาลรธน. ชำแหละรธน.ใหม่ ปธ.กสม.เตือนเปิดช่องปชช.ร้องการกระทำขัดรธน.ต่อศาลรธน.กว้างเกิน อาจกลายเป็นระเบิดเวลา ด้านรองปธ.ศาลปค.สูงสุด เหน็บระบบเเลือกตั้งจัดสรรปันส่วน ไม่เหมือนใครในโลก

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้จัดงานสัมมนาทางวิชาการ เนื่องในวาระศาลรัฐธรรมนูญครบรอบ 19 ปีมีการอภิปราย หัวข้อ “มิติของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” โดยนายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า ในรัฐธรรมนูญมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมกรณีการยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทำได้ง่ายกว่าเดิม คือสามารถอุทธรณ์ได้โดยไม่ต้องมีหลักฐานใหม่ และมีการกำหนดให้คำตัดสินขององค์คณะที่จะพิจารณาคดีใหม่ว่าเป็นคำตัดสินของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา

อีกทั้งมีการสร้างกลไกตรวจสอบ ป.ป.ช. ผ่านประธานรัฐสภา ส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาแต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ และการร้องทุกข์ทางรัฐธรรมนูญที่กำหนดไปถึงการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งอาจจะเป็นระเบิดเวลาสำหรับศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเขียนไว้กว้างต่างจาก รธน.ปี 50

ด้านนายวรพจน์ วิศรุตพิชญ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวว่า รัฐธรรมนูญใหม่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องระบบเลือกตั้งมาเป็นระบบจัดสรรปันส่วนซึ่งไม่มีประเทศไหนในโลกทำซึ่งตนก็ศึกษามาเยอะพยายามหาว่าเอาตัวอย่างจากประเทศไหนอาจจะเอามาจากชนเผ่าใดชนเผ่าหนึ่งก็ได้ อย่างไรก็ตามคิดว่ากรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญก็คงไม่ได้จินตาการอะไรที่เกินความเป็นจริง เพราะระบบนี้เราคงสามารถที่จะคำนวณได้

นอกจากนี้ ในมาตรา 77 ที่กำหนดว่าการออกกฎหมายต้องรับฟังความเห็นในทุกขั้นตอนซึ่งก็คือการทำประชาพิจารณ์ อาจจะทำให้เป็นอุปสรรคเพราะไม่มีการจำกัดความคำว่าผู้เกี่ยวข้อง เพราะการออกกฎหมายฉบับหนึ่งย่อมกระทบประชาชนทุกคนจึงถือว่าเป็นผู้เกี่ยวข้อง ทำให้การออกกฎหมายจะล่าช้าและอาจมีการทำแบบผักชีโรยหน้าเต็มไปหมด

อีกทั้งในมาตรา 26 ที่กำหนดว่าการตรากฎหมายที่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพบุคคลต้องเป้นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ กรณีที่รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติเงื่อนไขไว้ กฎหหมายดังกล่าวต้องไม่ขัดหลักนิติธรรมนั้นควรมีการระบุเหตุผลในการจำกัดสิทธิไว้ในกฎหมายด้วย

นายวรพจน์ กล่าวด้วยว่า การกำหนดคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีโดยเฉพาะมาตรา160(4) ที่ระบุว่าต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ทำให้รู้สึกว่าไม่รู้ว่าหมายถึงคนชนิดไหนกันแน่ เพราะทุกคนถ้าไม่เคยโดนลงโทษทางวินัยหรืออาญาผิดมาตรา 157 ก็ไม่มีเหตุบอกว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีความซื่อสัตย์ สุจริต และที่กำหนดว่าจะต้องเป็นที่ประจักษ์นั้น

ถ้าคน ๆ นั้นไม่เคยไปพูดโม้หรือโฆษณาตัวเองจะถือว่าเขาไม่มีความซื่อสัตย์ สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ คำว่าเป็นที่ประจักษ์จะเอาอะไรมาวัด และ(5) บัญญัติว่าต้องไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงนั้น ขอฝากไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหน้าที่ร่างมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี ต้องกำหนดให้ชัดว่าพฤติการณ์ลักษณะใดเข้าข่ายผิดจริยธรรมปกติและผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง เช่น กรณีการกินของหวานที่แม่ฮ่องสอนถือว่าผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่