วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ศรีวราห์'ลงพื้นที่สุรินทร์ เรียกถกบิ๊กตร.ภาค3ทั้ง8จังหวัด

"รองฯศรีวราห์" ลงพื้นที่สุรินทร์ เรียกถกบิ๊กตร.ภาค3 ทั้ง8จังหวัด ลั่นระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลสงกรานต์

เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. ที่ห้องประชุม “เกียรติศักดิ์ รักษ์วินัย” ชั้น 3 ภ.จว.สุรินทร์ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง.ผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง พร้อมด้วย นายอรรถพร สิงหวิชัย ผจว.จ.สุรินทร์, พล.ต.พิเชษฐ์อาจฤทธิรงค์ ผบ.มทบ.25, พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รอง ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.ไพโรจน์ บุญเต็ง ผบก.อก.ภ.3, พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์, พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดารอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4, พล.ต.ต.ณัฐแก้ว เมตตามิตรพงศ์ ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. และคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ได้ร่วมกันตรวจติดตามผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลสงกรานต์ของ ตำรวจภูธรภาค3ในห้วง1-10เม.ย.60 ตามที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ และรัฐบาล โดย ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์อาชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีนโยบายในการแก้ไขผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น โดยได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่324/2558 ลงวันที่ 29ต.ค.58 กำหนดให้มีการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นที่มีพฤติการณ์เป็นผู้กระทำความผิด16 มูลฐานความผิด และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่13/2559เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นผอ.ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้างของ ตร. มีหน้าที่ ควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวน สอบสวน ปราบปรามจับกุม ผู้กระทำความผิดตามนโยบายของรัฐบาล และมีผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดมา และมีคำสั่งท้ายหนังสือ สยศ.ตช. ด่วนที่สุด ที่0007.1/3536ลง21พ.ย.59อนุมัติแผนการตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญหน่วยต่างๆ ในสังกัด ตร. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560และคำสั่งวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่0007.22/675ลงวันที่23มี.ค.60สั่งการให้ทุกพื้นที่ระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่1-10เม.ย.60นั้น

ผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลสงกรานต์ของ ภ.3ในห้วง1 - 10เม.ย.60มีผลการปฏิบัติ ดังนี้หมายจับคดีค้างเก่า จับกุม629 ราย,เงินกู้นอกระบบ จับกุม20 ราย ผู้ต้องหา 23 คน มูลค่าของกลาง 8,398,977 บาท

ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด (5 ข้อหาหลัก) จับกุม327ราย ของกลางยาบ้า 50,950 เม็ด,ยาไอซ์ 83 กรัม 2 ถุง,กัญชาแห้ง 5 ห่อ 31.16 กรัม,กัญชาสด26 ต้น 2,400 กรัม,พืชกระท่อม 1 ต้น 92 ใบ และกาว 3 กระป๋อง

ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืนจับกุม188 ราย อาวุธปืน 199 กระบอกกระสุน 383 นัดแยกเป็นปืนมีทะเบียน1กระบอก คือ ปืนแก๊ปยาว ไม่มีทะเบียน198กระบอกแยกเป็น ปืนขนาด .22 มม. จำนวน2กระบอก ปืนขนาด .32 มม.จำนวน2กระบอก ปืนขนาด .38 มม. จำนวน9กระบอก ปืนขนาด 9 มม.จำนวน3กระบอก ลูกซองสั้น จำนวน4กระบอก ลูกซองยาว จำนวน4กระบอก ปืนแก๊ปสั้น จำนวน5กระบอก ปืน แก๊ปยาว จำนวน 95 กระบอก ปืนไทยประดิษฐ์ แบบพกสั้นจำนวน 12 กระบอก ปืนยาวอัดลม จำนวน 26 กระบอก ปืนไทยประดิษฐ์จำนวน 26 กระบอก และปืนปากกาจำนวน 10 กระบอก

สรุปผลระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลสงกรานต์ คดีชีวิตร่างกายและเพศรับแจ้ง 54จับกุม 49 รายผู้ต้องหา 55 คน,คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์รับแจ้ง 69จับกุม 57 รายผู้ต้องหา 67 คน,ความผิดพิเศษ รับแจ้ง109 จับกุม 49 รายผู้ต้องหา63รายคน และความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหายจับกุม 2,938 ราย ผู้ต้องหา 3,410 คน

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง.ผบ.ตร.(มค.) เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ทุกวันนี้พบมีการทำอาวุธแบบใหม่ขึ้นมาโดยการดัดแปลง เพื่อให้สะดวก เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง สามารถยิงกันได้ได้ตลอดเวลา และตามที่ คสช.ประกาศ มาตรา 44 เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย กรณีรถยนต์กะบะ กกหมายมีมาตั้งแต่โบราณ กฎหมายจราจร กฎหมายรถยนต์ จะบรรทุกคนต้องมีหลังคา มีผ้าใบ มีที่นั่ง ปกติคนกะบะบรรทุกคนแม้แต่คนเดียวยังไม่ได้ มันผิดกฎหมายมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 มาแล้ว ก็ไม่เห็นแปลก

วันนั้นที่มีประท้วง ตนก็อธิบาย ท่านทนายแบบนี้ บอกท่านไม่ใช่ ของใหม่ ของแปลก กฎหมายมีมานานแล้ว รัฐบาลมาบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้นขึ้น เพื่อลดอุบัติเหตุ เพราะเป็นห่วงในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกถ้ามาถามความคิดเห็นตนเอง ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาประท้วง เสียหายประเทศชาตืบ้านเมืองเปล่า ตนรับผิดชอบด้านความมั่นคง ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ พบว่าเรียบร้อยดี ตามแนนวชายแดน

วันนี้ก็มีโอกาสไปตรวจเยี่ยม ตชด., ตม. และเจ้าหน้าตำรวจภูธรที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ได้กำชับให้ระมัดระวังเหตุ และจากการลงพื้นที่พบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตามแนวชายแดนพร้อมปฏิบัติตามแผนยุทธการของตำรวจภูธรภาค3