สระแก้ว เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2560 ที่ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารออมสิน
สาขาวังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย รอบที่ 2 ซึ่งเริ่มต้นวันนี้ (3 เม.ย.) เป็นวันแรก เพื่อรับสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะต้องมีการลงทะเบียนใหม่ทุกรายทั้งรายเดิมและรายใหม่ เพื่ออัพเดทข้อมูล โดยจะดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 15 พ.ค.2560 เพื่อให้ภาครัฐมีข้อมูลของผู้มีรายได้น้อยที่เป็นปัจจุบัน และจัดสวัสดิการช่วยเหลือได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยปีนี้มีการเพิ่มสวัสดิการสิทธิค่าไฟฟ้า และค่าโดยสารรถประจำทางฟรี เข้ามาในสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐด้วย
นายวัลลภ ดีเวที ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาวังน้ำเย็น เปิดเผยว่า เฉพาะพื้นที่ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว มีผู้อยู่ในข่ายได้รับสิทธิ์มากถึง 50,000 คน ซึ่งวันแรกเฉพาะช่วงเช้าแจกใบลงทะเบียนให้ผู้ที่เดินทางมาลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย รอบที่ 2 มากกว่า 500 ใบ คาดหลังจากนี้น่าจะมีเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่มีข่าวและบอกต่อ ๆ กันไป อย่างไรก็ตาม ทางธนาคารสามารถที่จะรับลงทะเบียนได้ เนื่องจากได้เตรียมเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง และเตรียมการออกไปเตรียมประสานข้อมูลในพื้นที่หมู่บ้าน ตำบล ไว้รอแล้ว ทั้งนี้ อยากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่รัฐบาลประกาศไว้ สามารถเดินทางเข้ามาลงทะเบียนได้จนถึง วันที่ 15 พ.ค.นี้ด้วย
" วันนี้เราส่งเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจออกไปรับลงทะเบียนในพื้นที่ด้วย 1 ทีม ที่ตำบลทุ่งมหาเจริญ คาดว่า จะมีผู้ลงทะเบียน รวมประมาณ 8,000 ราย ขณะนี้เราส่งเจ้าหน้าที่ไปตามท้องถิ่นเพื่อแจ้งกติกา ประชุมชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อบอกลูกจ้างแล้ว น่าจะไม่วุ่นวายเหมือนครั้งแรก ตอนนี้ใครที่มาลงทะเบียนที่สาขาแค่กรอกรายละเอียดและนำบัตรประชาชนชิฟการ์ดสอดเข้าระบบ ข้อมูลก็จะปรากฏทันที " นายวัลลภกล่าว
นางกำมา ไชยช่วย อายุ 81 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 ม.14 ต.วังน้ำเย็น บอกว่า ปีที่แล้วไม่ได้ลงทะเบียน อาศัยอยู่กับลูก ไม่มีรายได้อะไร ทำงานไม่ได้ เฝ้าบ้านอย่างเดียว ไม่มีที่ดินทำกินเลย เมื่อทางผู้ใหญ่บ้านแจ้งว่า มีสิทธิ์จึงมาลงทะเบียนไว้ อย่างน้อยเงินที่ได้ยังสามารถนำไปใช้กินใช้จ่ายได้บ้าง
ส่วน นางจำเนียร อุดมแก้ว อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 122 ม.13 ต.ทุ่งมหาเจริญ บอกว่า ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยที่ ธนาคารออมสินตั้่งแต่ปีที่แล้ว ได้เงินช่วยเหลือไป 3,000 บาท ก็เอาไปซื้อเปิด ไก่ และปลูกผักพอได้กินและขายได้บ้าง และก็ไม่มีรายได้อะไรอื่น ซึ่งปีนี้หากได้เงินจำนวน 3,000 บาทอีก ก็เตรียมจะนำไปขุดบ่อ เพื่อเลี้ยงปลาดุกไว้กินและเหลือก็สามารถนำไปขายได้ด้วย อยากน้อยก็ดีกว่าไม่ทำอะไร
ทั้งนี้ ผู้มีรายได้น้อยที่มีคุณสมบัติตามที่รัฐบาลประกาศไว้ สามารถไปลงทะเบียนได้ที่ ธ.กรุงไทย ธ.ออมสิน และ ธ.ก.ส. ทุกสาขา สำนักงานคลังจังหวัดทุกจังหวัด และสำนักงานเขตใน ก.ท.ม. เพื่อรับบัตรประจำตัวผู้มีรายได้น้อยการช่วยเหลือค่าน้ำค่าไฟ ค่าโดยสารรถสาธารณะ การประกันภัยผู้มีรายได้น้อย หรือเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็นต้น
สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์ทุกคน จะต้องไปลงทะเบียนใหม่ทั้งหมดทุกราย ทั้งรายเดิมที่เคยลงทะเบียนแล้ว และรายใหม่ที่ยังไม่เคยลงทะเบียน โดยต้องมีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป เป็นผู้ว่างงานหรือมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทในปี 59 ไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน หรือไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมาย หรือหากมีบ้านพักอาศัย ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตร.ว. ห้องชุดไม่เกิน 35 ตร.ม. หรือมีที่ดินเพื่อการเกษตรไม่เกิน 10 ไร่ หรือที่ดินอื่นที่ไม่ใช่การเกษตร ไม่เกิน 1 ไร่
ทั้งนี้ หลังจากลงทะเบียนแล้ว ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย ตั้งแต่ เดือน มิ.ย.60 ที่ www.epayment.go.th หรือที่ทำการกำนันผู้ใหญ่บ้าน หากไม่มีชื่อให้ไปติดต่อกับหน่วยงานที่ลงทะเบียนไว้ และรอรับบัตรสวัสดิการที่กระทรวงการคลังจะผู้ดำเนินการให้ต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อมูลปี 2559 ที่ผ่านมา มีผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 8,375,383 ราย แต่เป็นผู้มีสิทธิ์ซึ่งมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล 1,500 บาท และ 3,000 บาท จำนวน 7,715,359 ราย โดยในจำนวนนี้ได้รับเงินโอนไปแล้ว 7,525,363 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 97.5 ของจำนวนผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด ส่วนที่เหลือไม่ได้รับเงินโอนเนื่องจากไม่มีบัญชีเงินฝากกับธนาคาร ไม่ไปติดต่อกับธนาคาร หรือบัญชีติดอายัด




