รถกระบะถูกรถตู้โดยสารเบรคไม่อยู่ชนท้าย ตกคูน้ำข้างถนน เจ็บ 3 คนขับแจงเกิดอุบัติเหตุข้างหน้าชะลอรถ ถูกรถตู้พุ่งชนท้ายอย่างแรง เผยโชคดีรถไม่คว่ำมีเด็กในรถ 2คน
เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 1 เมษายน ร.ต.ท.นรงค์ตาละอุปละ พนักงานสอบสวน สภ.ไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถตู้โดยสารชนกับรถกระบะมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายเหตุเกิดบนถนนสายเอเชีย ขาขึ้นนครสวรรค์ หลักกม.ที่ 60-61 หมู่ที่ 1 ต.จรเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถตู้โดยสารยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน15-3548 กรุงเทพฯ โดยรถตู้ดังกล่าวเป็นรถตู้โดยสารประจำทาง สายกรุงเทพฯ-บ้านเบิก-ลพบุรี หมายเลขข้างรถ ม.2(จ) /12-82 (ต) จอดอยู่กลางถนนในเลนกลาง ในสภาพด้านหน้าพังยังเยิน และห่างไปประมาณ 50 เมตร พบรถกระบะยี่ห้อมิตซูมิชิ รุ่นสตราด้า สีเทา หมายเลขทะเบียน บบ-2711 พระนครศรีอยุธยา ตกลงไปในคูน้ำข้างถนน ในสภาพด้านท้ายถูกชนจนยุบ นอกจากนั้นในที่เกิดเหตุยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน เป็นผู้โดยสารของรถตู้ประจำทาง เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันลำเลียงมาไว้ข้างถนน ก่อนทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำตัวส่งโรงพยาบาลไชโย
จากการสอบสวนนายวีระพันธ์โพธิ์งาม อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 7 ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี คนขับรถตู้โดยสาร กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถตู้ออกมาจากกรุงเทพฯ โดยมีรับผู้โดยสารมา 14 คน มุ่งหน้าไปส่งยังจังหวัดลพบุรี ระหว่างที่ขับมาถึงที่เกิดเหตุ จู่ ๆ รถกระบะมิตซูบิชิคันดังกล่าวที่อยู่ข้างหน้าตนได้เกิดหยุดกะทันหัน ตนขับตามมาเบรกไม่ทันจึงพุ่งชนอย่างจัง
ส่วนนายอำพรคนเล็ก อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ 3 ต.กุดดินจี่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู คนขับรถกระบะ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถมาพร้อมกับเพื่อนและครอบครัวรวม 5 คน โดยออกจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าจะไปทำงานก่อสร้างที่จังหวัดสิงห์บุรี เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะนั้นมีรถจำนวนมากตนสังเกตเห็นว่าข้างหน้ามีอุบัติเหตุรถชนคนเสียชีวิตอยู่ ทำให้รถข้างหน้าชะลอตัวและเบรคต่อ ๆ กันมา ซึ่งตนก็เบรกรถด้วยตามปกติ และจู่ๆ รถตู้คันดังกล่าวก็มาชนท้ายรถของตนอย่างแรงจนทำให้รถพุ่งตกลงไปในคลอง ซึ่งนับว่าโชคดีที่รถของตนไม่พลิกคว่ำไม่อย่างนั้นคงเกิดเหตุร้ายเพราะในรถของตน มีเด็กโดยสารมาด้วย 2 คน
ด้านร.ต.ท.นรงค์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดเหตุ พบว่ารถกระบะนั้นได้ขับมาแล้วเกิดมาเบรครถเนื่องจากเจอว่ามีอุบัติเหตุอยู่ข้างหน้า แต่รถตู้ที่วิ่งตามหลังมานั้นเบรกไม่ทัน จึงทำให้พุ่งชนท้ายกันดังกล่าว ซึ่งอย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนผู้ขับขี่รถทั้งสองคันอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเหตุที่แน่ชัดก่อนดำเนินคดีต่อไป




