เพิ่มบทลงโทษ "บจ.แจงข้อมูลเท็จ" ก.ล.ต.-ตลาด เล็งให้ผู้บริหารร่วมรับผิดชอบ สถาบันชี้แก้ไขข้อมูลถี่กระทบความน่าเชื่อถือ
ก.ล.ต. หารือตลาดหลักทรัพย์ ปรับบทลงโทษ บจ. แจ้งข่าวเท็จ เพิ่มความรับผิดชอบผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนให้ข้อมูลถูกต้อง หลังพบว่า บางบริษัทแก้ไขข้อมูลถี่เกิน ด้านนักลงทุนสถาบัน มองการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบ่อย กระทบความน่าเชื่อถือของบริษัท แนะต้องใช้ความระมัดระวังก่อนเผยแพร่ข้อมูล ด้านสำรวจพบ “กรุ๊ปลีส” รายงานตลาดต้องแก้ไขข้อมูล 9 ครั้ง
แหล่งข่าวตลาดทุน เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างการหารือกันเพื่อปรับปรุงกฎเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยให้มีความถูกต้อง และน่าเชื่อถือมากขึ้น และปัจจุบันบทลงโทษการให้ข้อมูลไม่เป็นจริง มีบทลงโทษอยู่แล้ว แต่อาจเป็นบทลงโทษที่ไม่รุนแรงมากนัก
“ตอนนี้มีการพูดถึงการหารือกับระหว่างก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อยกระดับการให้ข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนที่มีการเปิดเผยออกมามีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาบางบริษัทมีการแก้ไขข้อมูลที่บ่อย ซึ่งจุดมุ่งหมายจริงๆ คือต้องการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับการชี้แจงข่าว ผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ และก.ล.ต.พยายามเน้นย้ำเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด”
สำหรับแนวคิดดังกล่าวคาดว่า สำนักงานก.ล.ต.น่าจะมองว่า ความรับผิดชอบด้านการให้ข้อมูลนั้น ไม่ควรจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์ที่จะเป็นผู้กลั่นกรองทั้งหมด โดยผู้ที่รับผิดชอบควรเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีฐานะเป็นผู้ให้ข้อมูลของบริษัทเอง เพราะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลของบริษัททั้งหมด ทั้งนี้ปรับปรุงเกณฑ์ดังกล่าวอาจจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และป้องกันความเสี่ยงกับนักลงทุนอีกทาง
นายวิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เปิดเผยว่า การที่บริษัทจดทะเบียนมีการเปลี่ยนแปลงการแจ้งข้อมูลผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์หลายครั้งนั้น แม้จะไม่ใช่สิ่งที่ผิดกฎหมายแต่ มองว่าจะสร้างปัญหาด้านความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทดังกล่าว ให้ความน่าเชื่อถือลดลง ซึ่งผู้ลงทุนก็ต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของบริษัทด้วย
“การที่บริษัทจดทะเบียนมีการแก้ไขประกาศผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์ เรามองว่าจะเกิดปัญหาความน่าเชื่อถือของบริษัทจดทะเบียนนั้นๆ ว่า ข้อมูลที่ถูกประกาศออกมาจะมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ และจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่ ซึ่งจะกระทบโดยตรงกับความมั่นใจของผู้ลงทุน ทั้งนี้ในด้านของผู้ลงทุนสถาบันจะให้น้ำหนักกับการชี้แจงข้อมูลข่าวสารผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ หากมีการเปลี่ยนแปลงที่บ่อยก็อาจกระทบกับความน่าเชื่อถือได้ "
การให้ข้อมูลนั้น บริษัทจดทะเบียนต้องมีความรอบคอบมากขึ้น เพราะพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฉบับใหม่มีความเข้มงวดในเรื่องการให้ข้อมูล ทำให้การให้ข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนต้องมีความละเอียดรอบคอบมากกว่าปกติ ไม่เช่นนั้นมีความเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย ซึ่งพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฉบับใหม่ ช่วยให้การให้ข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การรายงานข้อมูลแล้วมีการแก้ไขบ่อยครั้งของบางบริษัทจดทะเบียน ไม่น่าจะกระทบกับความเชื่อมั่นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด เนื่องจากมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพียงบางบริษัทเท่านั้น และการที่ตลาดหลักทรัพย์เปิดให้ข้อมูลผ่านระบบสาธารณะ ถือเป็นเรื่องที่ดี ที่ทำให้นักลงทุนได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่มากขึ้น รวมถึงผู้สอบบัญชีที่ช่วยกันตรวจสอบบริษัทจดทะเบียนในข้อสงสัยต่างๆ ให้ได้รับความกระจ่างเพิ่มขึ้น
นายปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า สำหรับกรณีของบริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) ที่มีการให้ข้อมูลผ่านช่องทางต่างๆ ซึ่ง ก.ล.ต. มีการติดตามข้อมูลและข้อเท็จจริงของบริษัทจดทะเบียนเป็นปกติ
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ได้รายงานว่า บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) มีการชี้แจงข้อมูล และการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในตลาดหลักทรัพย์จากต้นปีที่ผ่านมา สูงถึง 9 ครั้ง โดยครั้งล่าสุด ในวันที่ 30 มี.ค. ในเรื่อง การชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นข้อสังเกตของผู้สอบบัญชีกรณีเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยค้างรับ ซึ่งเป็นการแก้ไขในหัวข้อดังกล่าวเป็นครั้งที่ 3
ส่วนความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น กร๊ปลีส นั้น ราคาปิดการซื้อขายเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2560 ที่ราคา 22.60 บาทต่อหุ้น ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง จากวันที่ 1 มี.ค.อยู่ที่ราคา 59 บาทต่อหุ้น หรือลดลง 61.69% โดยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดลดลงจาก 86,954.64 ล้านบาท เหลือ 34,447.16 ล้านบาท หรือลดลง 60.38





