วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สตม.แนะ 'อย่าและพัน' ป้องกันทรัพย์สินสูญหาย

"ผบช.สตม." ถกแก้ผู้โดยสารแน่นสุวรรณภูมิ พร้อมแนะ "อย่าและพัน" ก่อนโหลดกระเป๋าป้องกันทรัพย์สินสูญหาย ยันเจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ

พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. ร่วมประชุมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามการแก้ปัญหาผู้โดยสารหนาแน่น และตกเครื่อง รวมทั้งการดูแลความปลอดภัยทรัพย์สินของผู้โดยสารที่เดินทางภายในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุลักทรัพย์สินของผู้โดยสาร รวมถึงการโพสต์ข้อมูลเตือนภัยของผู้โดยสารระบุกระเป๋าสัมภาระถูกเปิดรื้อค้นทำให้ทรัพย์สินสูญหาย

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามติดตามตรวจสอบรวมถึงตำรวจได้สืบสวนสอบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุทุกครั้งหลังที่ได้รับแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามขอแนะนำไปยังผู้โดยสารที่เดินทางด้วยเครื่องบินพาณิชย์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อความไม่ประมาทควรคำนึงถึงความปลอดภัยในทรัพย์สินเน้นขั้นตอน “อย่าและพัน” เพื่อใช้สำหรับการเดินทาง สำหรับความหมายของคำเตือนที่ว่าอย่า คือ ขั้นแรกผู้โดยสารไม่ควรนำทรัพย์สินมีค่า เช่น เครื่องประดับหรืออัญมณีที่มีค่าราคาแพง ธนบัตรเงินตรา อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เอกสารมีค่าต่างๆ เอกสารทางธุรกิจ รวมถึงเครื่องมือสื่อสาร บรรจุใส่กระเป๋าสัมภาระ เพื่อทำการเช็คอินแล้วโหลดกระเป๋าสัมภาระใส่ใต้ท้องเครื่องบิน ซึ่งสายการบินมักแจ้งให้ผู้โดยสารทราบบ่อยครั้ง ส่วนขั้นสองเมื่อแน่ใจว่าไม่มีทรัพย์สินมีค่าในกระเป๋าเดินทาง รวมถึงแบตเตอรี่สำรอง หรือพาวเวอร์แบงค์ ซึ่งห้ามบรรจุลงในกระเป๋าเดินทางควรนำออกติดตัวไว้ ส่วนคำว่า พัน ที่สนามบินจะมีให้บริการรับพันกระเป๋าสัมภาระด้วยพลาสติกใส ซึ่งราคาไม่แพงมากขึ้นอยู่กับขนาดของกระเป๋าเดินทาง โดยพนักงานจะพันพลาสติกใสด้วยเครื่องมือค่อนข้างแน่นหนา ซึ่งมีกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ เมื่อดำเนินเสร็จชำระเงินค่าบริการก็มีใบเสร็จรับเงินให้ผู้โดยสารก่อนนำกระเป๋าไปเช็คอินเพื่อโหลดใส่ใต้ท้องเครื่องบิน

พล.ต.ท.ณัฐธร เปิดเผยอีกว่า กรณีให้พนักงานพันพลาสติกใส ถือว่าเป็นการป้องกันถ่วงเวลาไม่ให้ผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสในการรื้อค้นหรือกระทำผิดระหว่างการลำเลียง อีกทั้งการพันพลาสติกใสจะมีกล้องวงจรปิดคอยบันทึกระบุวันเวลาตรงกับใบเสร็จรับเงิน หากผู้โดยสารเดินทางไปถึงปลายทางพบความผิดปกติของกระเป๋าเดินทางก็สามารถใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพเก็บไว้ แล้วแจ้งความเป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจประเทศปลายทาง เพื่อนำกลับมาเป็นหลักฐาน หากผู้โดยสารมีประกันภัยการเดินทางก็สามารถเคลมความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้เป็นประโยชน์ต่อผู้โดยสารเอง