"พล.ต.คงชีพ" ขีดเส้นพรรคการเมืองเสนอความเห็นปรองดองภายในสิ้นเดือน เม.ย. ด้าน "กอ.รมน." เตรียมรวบรวมข้อเสนอระดับพื้นที่สิ้นเดือนนี้
ที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง แถลงข่าวภายหลัง 4 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคประชาธิปไตยใหม่พรรคเพื่ออนาคต พรรคร่วมพัฒนาชาติไทย พรรคถิ่นกาขาวเดินทางเข้าหารือ พูดคุยกับคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน เพื่อร่วมสร้างแนวทางความสามัคคีปรองดองพร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะตามกรอบ 10 ประเด็น ที่คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ในวันที่ 9 - 10 มี.ค.
พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า โดยบรรยากาศเป็นกันเอง ทุกพรรคมีความมุ่งมั่นที่จะเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ และเปิดกว้าง โดยมองเรื่องของความปรองดองต้องใช้เวลาและหวังจะเห็นคนในสังคมอยู่ร่วมกันด้วยความสงบสันติสุข ส่วนการปรับปรองดองจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องเปิดใจกว้างพูดคุยด้วยกัน อย่างไม่มีอคติ ทำใจเป็นกลาง ต้องทบทวนบทบาทของตัวเอง องค์กร ว่ามีส่วนร่วมกับความขัดแย้งอย่างไรและการพูดคุยเพื่อค้นหาความจริงเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะความขัดแย้งลงลึกไปทุกสังคม ขอให้เปิดกว้างรับฟังทุกกลุ่มทุกฝ่ายไม่ใช่เฉพาะฝ่ายการเมืองอย่างเดียว
สำหรับเรื่องความขัดแย้งที่ผ่านมานั้น พรรคการเมืองมองว่า มีความขัดแย้งในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งเกิดจากการแย่งชิงผลประโยชน์อำนาจของกลุ่มคน โดยใช้กลไกอำนาจรัฐธรรมนูญ อย่างไม่ซื่อตรงและไม่เป็นธรรม พร้อมแสวงหาผลประโยชน์จากภาษีประชาชนและขยายความขัดแย้งดังกล่าวไปสู่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้นการค้นหาความจริงให้ปรากฏจึงเป็นสิ่งจำเป็น และทำให้ประชาชนมีภูมิต้านทาน พร้อมกับเดินผ่านความขัดแย้ง อยู่อย่างสงบไม่ถูกครอบงำ
ส่วนในเรื่องของการปฏิรูปนั้นรัฐบาลทุกรัฐบาลควรจะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคมสนองตอบความต้องการของประชาชนในทุกมิติ ส่วนเรื่องการปฏิรูปประเทศมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง และการแก้ไขความเหลื่อมล้ำในสังคมจะต้องลงลึกไปถึงระดับพื้นที่ สำหรับกระบวนการยุติธรรมจะต้องทำกระบวนการยุติธรรมไม่มีความเสมอภาคทำกฎหมายให้มีอำนาจเหนือและอำนาจของการเมือง นอกจากนี้กระบวนการยุติธรรมจะต้องทำให้ประชาชนมีความศรัทธา ในส่วนของเศรษฐกิจ มองว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่เคยทอดทิ้งคนชนบทและมองว่า เศรษฐกิจพอเพียงจะต้องนำไปประยุกต์ใช้ทั้งในเศรษฐกิจมหภาคและเศรษฐกิจล่าง เพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง
พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า การเดินหน้ารับฟังความคิดเห็นของกลุ่มพรรคการเมืองเดินหน้ามาถึงสัปดาห์ที่ 4 แล้ว ขณะนี้มี 39 พรรคที่ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น หากรวมในสัปดาห์หน้าที่จะมีพรรคการเมืองอีก 7 พรรค และ 2 กลุ่มการเมืองแล้ว จะมีพรรคการเมืองที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นแล้วทั้งหมด 46 พรรค กับ 2 กลุ่มการเมือง หลังจากนั้นคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง จะเดินหน้ารับฟังความคิดเห็นในส่วนของภาคประชาสังคม ในส่วนของพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ยังไม่ได้เข้ามาเสนอความคิดเห็น เนื่องจากยังไม่พร้อม ทั้งในเรื่องของข้อมูลและตัวบุคคล ทางเราก็จะเปิดกว้าง เพื่อให้พรรคการเมืองที่เหลือ เข้ามาแสดงความคิดเห็น ประมาณเดือนเมษายนนี้
ด้าน พล.อ.ต.รังสรรค์ เยาวรัตน์ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า สำหรับการเสนอความคิดเห็นในระดับภูมิภาคนั้นขณะนี้ได้มีการกำหนดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครบทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศแล้ว ยกเว้นในพื้นที่ของ กทม.ซึ่งทุกอย่างดำเนินการตามกรอบที่กำหนดทุกประการโดยการแสดงความคิดเห็นในช่วงวันที่ 9-10 มีนาคม ที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว แบ่งเป็นในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1และ กองทัพภาคที่ 2 จำนวน 5 จังหวัด กองทัพภาคที่ 3 จำนวน 6 จังหวัด และกองทัพภาคที่ 4 จำนวน 1 จังหวัด
พล.อ.ต.รังสรรค์ กล่าวว่า สำหรับบรรยากาศการรับฟังทั้ง 4 กองทัพภาค มีความเรียบร้อยและประชาชนให้ความร่วมมือในการมาแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์สร้างสรรค์และมีอิสระ อย่างไรก็ตามในส่วนของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จะรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมดในระดับพื้นที่ส่งให้คณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองในสิ้นเดือน มี.ค.นี้ ต่อไป สำหรับในสัปดาห์หน้าในวันจันทร์ที่ 13 ม.ค.จะมี 3 พรรคการเมืองเข้ามาเสนอความคิดเห็น คือ พรรคท้องถิ่นไทย พรรครักธรรม พรรคเสรีนิยม ในวันอังคารที่ 14 มี.ค. มี พรรคคนไทย พรรคเพื่อสหกรณ์ไทย พรรคเมืองไทยของเรา และพรรรคอนาคตไทย ในขณะที่วันพุธ ที่ 15 จะเป็นกลุ่ม นปช. และในวันศุกร์ที่ 17 จะเป็นกลุ่มของ กปปส.





