วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บิ๊กตู่'วอนใช้สติแยกแยะปมขัดแย้ง 'ธรรมกาย'

"บิ๊กตู่" ขอปชช.ใช้สติแยกแยะปมขัดแย้ง "วัดพระธรรมกาย" ยันพร้อมรับฟังทุกฝ่าย ลั่นใช้ม.44 ใช้เท่าที่จำเป็น สับบางสื่อจงใจบิดเบือน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า กรณีวัดพระธรรมกาย ตนขอให้เจ้าหน้าที่ พระ พุทธศาสนิกชน และประชาชน ได้อดทนใช้สติปัญญาและวิจารณญาณในการแยกแยะ ในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ตนอยากให้ฟังทั้งในส่วนของเจ้าหน้า วัด พระ ประชาชน และสื่อ ก็คงจะต้องนำมาประมวลผลแยกแยะให้ออกว่าประเด็นอยู่ที่เรื่องอะไร ที่ทำให้เกิดการยืดเยื้ออยู่ทุกวันนี้ เพราะรัฐต้องการจะรังแกพระและวัดจริงหรือเปล่า หรือเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทุจริต เรื่องกฎหมาย หรือการบิดเบือนคำสอนพระพุทธเจ้าประเด็นการเมือง ขอให้ทุกท่านลองนึกย้อนกลับไปอย่างเป็นกลาง แล้วก็แยกแยะให้ได้ว่าเราจะทำยังไงกัน

นอกจากนี้บางคนอาจจะนึกว่ารัฐบาลและคสช. ใช้อำนาจรัฐาธิปัตย์น้อยเกินไปจนทำอะไรไม่สำเร็จ มีอิสระเสรีที่ไร้ขอบเขต เรียกร้องในสิ่งที่ให้ไม่ได้ ก็ทุกคนพยายามคิดแตกต่างกันตลอดทุกเรื่อง มันก็ขัดแย้งกันไปกันมาทำให้งานของตนเดินหน้าไปได้ช้า เป็นไปได้ยาก ช้าก็ไม่พอใจ สื่อบางคนก็ลืมบทบาทหน้าที่ของตน หน้าที่ของพลเมืองดีก็เป็นอยู่ไปแบบนี้

“ผมไม่พยายามที่จะไปบังคับควบคุมใครเลย ก็จะเห็นได้ว่าทั้งสื่อ โซเชียลมีเดีย ก็พูดจาอะไรกันไปก็มากมาย ผมก็พยายามไม่สนใจในบางเรื่อง แต่ทุกคนต้องพยายามที่จะหาจุดร่วมกันให้ได้ เพื่อเราจะปฏิรูปประเทศร่วมกัน ผมไม่อยากให้อ้างคำว่าประชาธิปไตย หรือคำว่าจรรยาบรรณของสื่ออย่างเดียว ซึ่งต้องมีเสรีภาพเต็มที่ วันนี้ลองดูว่าประเทศเราเป็นอะไรอยู่ ยังทำอะไรอยู่ แก้ปัญหาอะไรอยู่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ลองดูประเทศมหาอำนาจที่ว่าเป็นประชาธิปไตยวันนี้เขาดูแลสื่อเขาอย่างไร ไปดูคนอื่นเขาบ้าง ไม่ใช่ดูแต่ของเรา แล้วก็เอาหลักการที่ทุกคนต้องการ มาต่อสู้กันทุกวันอยู่อย่างนี้ไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเขาบ้าง เพราะฉะนั้นอย่ามาอ้างเฉพาะในสิ่งที่ตนเองได้ประโยชน์ แต่ประเทศชาติเสียหายคนอื่นจะเป็นอย่างไรก็ช่างเขา อยากได้ทุกอย่าง อยากได้อิสระ เสรีภาพ ประชาธิปไตย แต่ตัวเองไม่ย้อนดูว่าตัวเองทำอะไรไปบ้างกับประเทศชาติ และประชาชน พร้อมจะแก้ไขหรือยัง อย่าโทษรัฐบาล โทษคสช.อย่างเดียว ว่าทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง

“วันนี้ทุกคนต้องเข้าใจว่าทุกคนขาดแคลน ทุกคนก็อยากได้หลายอย่าง อยากได้เงิน อยากได้ทุนอยากได้ค่าแรง อยากได้ค่ารักษาพยาบาล การศึกษาฟรี อยากให้รัฐสวัสดิการ อะไรที่มันฟรีเราพร้อมหรือยังที่จะให้ได้มากขนาดนั้น เรามีรายได้เพียงพอหรือยัง วันนี้ทุกคนก็ไม่เข้าใจ พยายามไปปลุกปั่นไปปลุกระดม ผู้ที่มีรายได้น้อย ผู้ที่ลำบากว่ารัฐบาลจะต้องดูแลมากกว่านี้มากกว่านั้น แล้วที่ผ่านมาเราพยายามเพิ่มให้ทุกอย่าง ไม่เคยลดอะไรเลยสักอย่าง แต่มันเพิ่มได้น้อย เพราะรายได้เรายังมีเท่านี้ อย่าไปฟังมาก อย่ามาจ้องจับผิด ผมไม่ได้ทำเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือกลุ่มทุน แล้วก็ไปลืมฐานรากลืมประชาชน ทุกครั้งที่ผมพูดทุกวันผมก็พูดถึงคนที่มีรายได้น้องก่อนเสมอ ผมไม่เคยลืม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ขณะนี้ระบบเศรษฐกิจเราต้องไปพร้อมๆกันเป็นห่วงโซ่ เราต้องดูทบทวนกันเอง รัฐบาลและคสช.ก็ทบทวนตัวเอง ว่าเราได้ประโยชน์อะไรจากที่เรามาทำหรือเปล่า โดยส่วนตัวตนคิดว่าตนไม่ได้ประโยชน์อะไร แต่ประเทศชาติได้ประโยชน์ มันก็ทำให้ตนมีกำลังใจ มีความคิดความพยายามที่จะทำต่อไป เห็นรอยยิ้มของพี่น้องประชาชนที่มีความสุข มีชีวิตที่ดีขึ้น ทุกคนได้รับความยุติธรรมจากกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เราไม่อยากให้พวกเราไปคิดกันคนละทางสองทาง แล้วก็มาติ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอะไรที่มันดีกว่านี้ แต่ก็ติไว้ก่อน มันไม่เป็นประโยชน์เลยอย่าให้มันมีกันเยอะเกินไปคนประเภทนี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนขอร้องสื่อ ขอร้องนักข่าว ขอร้องคอลัมน์นิสต์บางคน ให้มาร่วมรับผิดชอบกับสังคมบ้าง ต้องรู้ว่าประเทศเป็นอย่างไร รายได้เป็นอย่างไร เก็บภาษีได้เท่าไหร่ ใครเสียบ้าง ใครไม่เสีย คนรายได้น้อยได้รับการดูแลอย่างไรแล้วสวัสดิการมีอย่างไรให้ไปแล้วเท่าไร อะไรยังไม่ได้ให้ ถ้าให้แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น ให้มากก็เกินไปประเทศล่มสลาย ระบบการเงินการคลังเสียหายจะทำอย่างไรต้องรู้เรื่องเหล่านี้มันถึงจะวิพากษ์วิจารณ์ได้ทั้งหมด ไม่เช่นนั้นเท่ากับเลือกวิพากษ์วิจารณ์ โดยที่มันไม่คำนึงถึงมันจะเกี่ยวพันใคร ใครจะเสียหายแล้วมันทำให้การทำงานอื่นที่มันจะเป็นส่วนประกอบให้เกิดสิ่งที่ต้องการมันทำไม่ได้ อย่าเอาสิ่งที่ไม่ดีมีตีกับสิ่งที่ดี จนทำให้เรารู้สึกว่าไอ้สิ่งที่ทำมาทุกวันนี้ไม่มีค่าอะไรเลย

“ถ้าเราคิดแบบนั้นประเทศเราไปไหนได้ไม่ไกลกว่านี้ ไม่สร้างสรรค์ ไม่พัฒนาตัวเอง ผมพยายามจะทำให้ดีที่สุดนะครับ ไม่เคยท้อแท้ เป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่สู้ชีวิต ประชาชนทุกคนสู้ชีวิต ผมเองก็สู้เพื่อชาติและประชาชน สถาบันอันเป็นที่รักของเราเท่าที่จะทำได้ ผู้ที่ไม่ให้ความร่วมมือก็ต้องไปกดดันคนเหล่านั้น คาดคั้นความรับผิดชอบจากเขาด้วย ผมขอพูดแค่นี้ ก็เอาไปทบทวนแล้วกันรู้ตัวกันอยู่แล้วอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ ถ้าอยากจะทำแบบนี้ไปทำกับรัฐบาลหน้า ก็ดูซิว่าจะทำได้ไหม ไม่ต้องไปขัดแย้งไม่ต้องไปคดีความ ไม่มีคนเกลียด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ก็อยากทำให้ประเทศของเราเดินหน้าให้ได้ อย่าล้มเหลวเลย อย่าไร้ระเบียบวินัยเหมือนเดิมหรือมากกว่าเดิม มีอะไรเสนอมาได้ ถ้ามีความคิดเห็นอย่างไรที่อยากจะให้รัฐบาลรับทราบ แต่อย่าติติงทั้งหมดเลย อาจจะไม่ได้ดีทั้งหมด แต่มันต้องดีมากกว่าไม่ดี แล้วก็บางอย่างเพิ่งจะเริ่ม มันต้องให้เวลาในการทำงานบ้าง