"พล.ต.ท.ณัฐธร" ลงพื้นที่ตรวจสนามบินสุวรรณภูมิ ยืนยันผู้โดยสารตกเครื่องไม่ได้เกิดจาก "ตม." ล่าช้า กำชับจนท.ประจำช่องช่วงเวลาเร่งด่วน
ที่อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. เดินทางมาประชุมกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ ตม. ระดับ ผบก.- สว.ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมทั้งประชุมทางไกลผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ไปยังสนามบินหลักทั่วประเทศ โดยมี พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย ผบก.ตม. 2 พ.ต.อ.อภิมุข กานตยากร ผกก.ฝ่ายตม.ขาออก ด่าน ตม. สุวรรณภูมิ นางฉฎานิศา ชำนาญเวช รอง ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติงาน2) และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายการบิน และกรมศุลกากร เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือถึงแนวทางในการแก้ปัญหาผู้โดยสารหนาแน่น หลังจากนั้น พล.ต.ท.ณัฐธร ได้ตรวจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ที่บริเวณจุดพิธีการขาออกนอกประเทศ
พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม.กล่าวว่า การเดินทางมาในวันนี้สืบเนื่องจากกรณีข่าวทางสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับผู้โดยสารต่างชาติตกเครื่องบิน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในช่วงเช้าเมื่อวานนี้ (26ก.พ.2560)และมีผู้โพสต์คลิปวีดีโอว่า มีผู้โดยสารตกค้างบริเวณหน้าช่องตรวจหนังสือเดินทางเป็นจำนวนมากแต่ มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติเพียง 6 ช่อง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้โดยสารที่ตกเครื่องบินในช่วงวันเวลาดังกล่าว จำนวน 4 คน เป็นผู้โดยสารชาวกัมพูชา ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินPG 931เส้นทาง สุวรรณภูมิ-พนมเปญ กำหนดการเดินทางออกเวลา 08.20 น. ประตูขึ้นเครื่อง C1 ซึ่งเที่ยวบินดังกล่าว มียอดผู้โดยสารรวมทั้งสิ้น 89 คน สามารถเดินทางไปขึ้นเครื่องได้ถึง 85 คน และจากการตรวจสอบข้อมูลของสายการบินพบว่า ผู้โดยสารที่ Check In และผ่าน ตม.เป็นคนสุดท้ายสามารถขึ้นเครื่องได้ทัน และผู้โดยสารที่ผ่าน ตม.เป็นคนสุดท้ายของแต่ละสายการบิน ไม่ได้ตกเครื่องแต่อย่างใด
ดังนั้นสาเหตุการตกเครื่องจึงไม่ได้เกิดจากรอคิว ตม.แต่น่าจะมีสาเหตุอื่นประกอบ เช่น อาจเดินเลือกซื้อสินค้า แวะรับประทานอาหาร หรืออาจเดินทางหลงเพราะไม่คุ้นชินเส้นทางใน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งมีขนาดใหญ่
ส่วนประเด็นเจ้าหน้าที่ประจำช่องตรวจนั้น จากการตรวจสอบในช่วงเวลาเร่งด่วนซึ่งมีการระบุในคลิปนั้นพบว่า มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติอยู่ 80% หรือประมาณ 12-14 คน ทั้งนี้ 1 เคาท์เตอร์บริเวณช่องตรวจหนังสือเดินทาง จะมี 2 ช่องตรวจ แต่บางครั้งที่ดูว่ามีเจ้าหน้าที่นั่งไม่ครบอาจจะมาจากสาเหตุอื่นๆ ซึ่งทาง ตม.เองขอให้เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย ที่บางครั้งอาจจะลุกไปเข้าห้องน้ำเพราะต้องนั่งปฏิบัติหน้าที่ถึง 8 ชม. แต่ขณะนี้ได้มีคำสั่งลงไปแล้งว่า ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติบริเวณช่องตรวจหนังสือเดินทางลุกไปไหนในช่วงเวลาเร่งด่วนคือเวลา 06.00-09.00น.
อย่างไรก็ตาม ขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาการเดินทางมาสนามบินมากขึ้นกว่าเดิมอย่างน้อย 3 ชม.เนื่องจากปัจจุบันพบว่า มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้า-ออกประเทศเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งมาจากการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาลด้วย
สำหรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในระยะยาวนั้น ได้มีการหารือกับการท่าอากาศยานขอเพิ่มช่องตรวจ บริเวณขาออก ทิศตะวันออกและ ตม.จะนำเทคโนโลยีช่องตรวจอัตโนมัติมาใช้สำหรับชาวต่างชาติบางประเทศ อาทิ ฮ่องกง สิงคโปร์ เพื่อลดความแออัดของผู้โดยสารต่างชาติ ส่วนกำลังพลที่ยังขาดแคลนไม่ครบตามจำนวนช่องตรวจนั้น มาตรการระยะสั้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ตม. จากต่างจังหวัดเข้ามาเสริมจำนวน 400 นาย และกำลังเสนอขอสอบบรรจุบุคคลภายนอกอีก 300 นาย นอกจากนี้ ตม.ยังมีบริการเสริมในกรณีที่ผู้โดยสารเหลือเวลาน้อยกว่า 40 นาที เกรงว่าจะตกเครื่อง สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ประจำจุดเพื่อเข้ารับการตรวจเร่งด่วน และ ตม.ยังได้ประสานสายการบินเพื่อให้การช่วยเหลือผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงสนามบินล่าช้า เพื่อลดจำนวนผู้โดยสารตกเครื่องอีกทางหนึ่งด้วย





