วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งผู้ว่าฯทั่วปท.รับมืออากาศแปรปรวน-พายุฤดูร้อนถล่มบ้านปชช.

"มท." สั่งผู้ว่าฯทั่วประเทศ รับมือ "อากาศแปรปรวน-พายุฤดูร้อน" จี้ตรวจสอบสภาพป้ายโฆษณา-ครัวเรือน

นายชยพล ธิติศักดิ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูร้อน มักจะเกิดพายุฤดูร้อนและพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ซึ่งอาจทำให้อาคารบ้านเรือน และป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ก่อสร้างโดยฝ่าฝืนกฎหมายหรือที่มีสภาพชำรุดล้มลงมาทำให้พี่น้องประชาชนได้รับบาดเจ็บ สร้างความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินได้ เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน

กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการให้ทุกจังหวัดกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ตรวจสอบความปลอดภัยของป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในพื้นที่รับผิดชอบและเข้มงวดในการพิจารณาอนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารอย่างเคร่งครัด เช่น ในกรณีที่ป้ายมีความสูงจากระดับฐานตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป นอกจากมีวิศวกรเป็นผู้คำนวณและรับรองความมั่นคงแข็งแรงแล้ว ยังต้องมีการตรวจสอบงานโดยวุฒิวิศวกรสาขาวิศวกรรมโยธาด้วย และหากพบป้ายที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงซึ่งฝ่าฝืนกฎหมาย ให้ดำเนินการออกคำสั่งให้เจ้าของป้ายระงับการก่อสร้าง ดัดแปลง และสั่งห้ามใช้ป้ายดังกล่าว ถ้าไม่สามารถแก้ไขได้ต้องสั่งให้รื้อถอนทันที และสำหรับป้ายที่ได้รับอนุญาตแล้วแต่มีสภาพเก่า ชำรุด บกพร่องและไม่ปลอดภัย ต้องแจ้งเจ้าของป้ายดำเนินการแก้ไข หากไม่แก้ไขให้รื้อถอนป้ายดังกล่าวเช่นกัน

“สำหรับป้ายที่มีการติดตั้งบนพื้นดินที่มีความสูง 15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป และป้ายที่ติดตั้งบนหลังคาหรือดาดฟ้าของอาคารที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25 ตารางเมตรขึ้นไป เข้าข่ายเป็นอาคารที่ต้องตรวจสอบตามกฎหมาย หากป้ายดังกล่าวได้ก่อสร้างมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี เจ้าของป้ายต้องจัดหาผู้ตรวจสอบที่ขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการควบคุมอาคารมาตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและระบบอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้วต้องส่งรายงานผลการตรวจสอบให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาออกใบรับรองการตรวจสอบ” นายชยพล กล่าว

รองปลัดมท. กล่าวต่อว่า จากการติดตามสถานการณ์ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงระหว่างวันที่ 23-26 ก.พ.นี้ บริเวณประเทศไทยจะมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งกำชับให้อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัคร ร่วมกันแจ้งเตือนประชาชนให้ช่วยกันสอดส่องดูแลให้มีสภาพมั่นคงแข็งแรง และสำรวจตรวจสอบบริเวณโดยรอบบ้านที่อาจมีต้นไม้หรือวัสดุอุปกรณ์หักโค่นลงมาทับบ้านเรือนได้รับความเสียหายได้ รวมทั้งตัดแต่งกิ่งไม้บริเวณริมถนนในชุมชน และหากพบว่าตัวบ้านและบริเวณโดยรอบมีความเสี่ยงจะหักโค่นล้มทับลงมา ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการตรวจสอบทันที และให้จังหวัดกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้ประสานหน่วยงานทหารในพื้นที่ เครือข่ายอาสาสมัครทุกภาคส่วน พร้อมจัดชุดเฝ้าระวัง เจ้าหน้าที่เผชิญเหตุ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และทีมกู้ชีพกู้ภัยให้พร้อมเข้าให้การช่วยเหลือหากเกิดเหตุ