"บิ๊กตู่" แจงสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน หวังลดการใช้ก๊าซ-น้ำมัน หวั่นต้นทุนผลิตไฟสูงกระทบค่าครองชีพ ลั่นรับฟังเสียงปชช.มาตลอด
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า ตนอยากทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องพลังงาน เพราะหากลงทุนด้านพลังงานไม่เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงแล้ว อาจจะเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงานเป็นอย่างยิ่ง สำหรับเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามีหลายประเภท เราก็อาจจะจำเป็นต้องพิจารณาให้เกิดความเหมาะสม เราไม่อาจจะพึ่งพา หรือฝากความหวังไว้แต่เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ก๊าซธรรมชาติหรือน้ำมัน วันนี้เราพึงพาอยู่70%และปัจจุบันเราต้องลดลง แล้วหาเชื้อเพลิงอื่นที่เหมาะสม ราคาถูก หาง่าย แล้วก็ปลอดภัย มีคุณภาพ ตอดจนไม่มีความเสี่ยงในเรื่องราคามากนัก เพื่อจะมาทดแทน70%ที่ว่าให้ลดน้อยลง ไม่เช่นนั้นจะเป็นภาระของประชาชน และภาคการลงทุนจะเกิดอุปสรรค
“การใช้พลังงานฟอสซิล ทั้งแก๊สและน้ำมันนั้นจะต้องลดลงจาก 70 % ให้เหลือ 60 % ให้ได้ก่อน แล้วเราก็จำเป็นต้องเพิ่มพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานจากขยะ,ชีวมวล,ลม,แดด อื่นๆนะครับ เราก็ทำอยู่แล้วในขณะนี้ ถ้าหากเราทำ เพิ่มได้จาก 30 % เป็น 40 % ก็ย่อมจะดีกว่าเดิมนะครับ ลดการผลิตแก๊ส CO2 ลดปัญหาโลกร้อนได้ด้วย เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องปรับอัตราส่วน แผนPDPของเรา จากการใช้พลังงานจากฟอสซิล 70 % กับ 30 % จากพลังงานหมุนเวียน ให้เป็น 60 % และ 40 % ตามลำดับ”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่าวันนี้เราอาจจะเข้าใจไม่ตรงกัน ก็คือคำว่า ความเสถียร และไม่เสถียร ก็คือความแน่นอนนะครับ ของพลังงานที่เกิดขึ้น จากการผลิต จากเชื้อเพลิงต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แล้วก็การก่อสร้าง ต้นทุนการก่อสร้าง วัสดุต้นทุนที่นำมาใช้ ในการเป็นเชื่อเพลิง เหล่านี้อาจจะทำให้มีต้อนทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าที่สูงขึ้น เราต้องเอาเหล่านี้มาพิจารณาด้วย อาจจะส่งผลกระทบกับค่าไฟของคนทั้งประเทศ เพราะเราเอามารวมกันแล้วก็หารแบ่งกัน ใช้อัตราค่าไฟเท่ากันทั้งประเทศอาจจะทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว
“รัฐบาลก็ต้องมองในหลายประเด็นด้วย ไม่ว่าจะเป็นพลังงานจากแก๊ส จากน้ำมัน จากถ่านหิน จากพลังงานทดแทน พลังงานทางเลือก ทุกอย่างต้องพิจารณาในทุกแง่ทุกมุม ซึ่งถ่านหินนั้นเราก็เอามาพิจารณาเป็นทางเลือกหนึ่ง ที่จะนำมาพิจารณาในการที่จะพยายามลดสัดส่วน และค่าใช้จ่าย จากก๊าซธรรมชาติหรือน้ำมัน ที่เราจำเป็นต้องนำเข้าเป็นจำนวนมากทุกปี เราก็ไม่มั่นใจว่าวันหน้าจะสะดวกง่ายดายแบบนี้หรือไม่ มีพอหรือเปล่า ราคาจะสูงขึ้นอีกหรือเปล่านะครับ แล้วเขาจะขายหรือไม่วันหน้าถ้าน้อยลง อันนี้เป็นสิ่งที่เป็นความเสี่ยง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนถ่านหินถ้าเราสามารถทำได้ จะต้องเป็นถ่านหินที่มีคุณภาพสูงไม่ใช่ถ่านหินลิกไนต์ แล้วก็จะต้องเป็นชนิดทีสร้างมลภาวะน้อยที่สุด ซึ่งการสร้างมลภาวะนั้นมีอยู่หลายอย่างด้วยกัน วันนี้ก็ยังมีใช้อยู่ในต่างประเทศด้วย ไม่ใช่เป็นถ่านหินลิกไนต์ เป็นถ่านหินชนิดบิทูมินัส ซึ่งมีคุณภาพมีระบบกำจัดในกระบวนการผลิตที่ทันสมัย และเป็นมาตรฐานสากล
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เราต้องฟังหลายทาง ตนไม่ได้หมายความว่าอย่างใดอย่างหนึ่งดีกว่าอย่างหนึ่ง ต้องไปดูว่าหลักการและเหตุผลคืออะไร หลายประเทศเขาใช้อยู่หรือเปล่า ประเทศเพื่อบ้านเรามีไหม คำว่าลดลงหรือเพิ่มขึ้นก็เป็นปัจจัยหนึ่ง ในการที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าประเภทนี้ แต่ต้องไปดูซิว่า เขาสร้างประเภทอื่นมากขึ้น ลดจำนวนโรงไฟฟ้าลงได้หรือไม่ ในขณะเดียวกันก็ผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น กิโลวัตต์มากขึ้น ก็ลดจำนวนโรงไฟฟ้าลง แต่ก็คงมีการใช้เชื่อเพลิงชนิดต่างๆ อยู่เหมือนเดิม
ทั้งนี้เราจะต้องทำให้สอดคล้องกับการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการลดโลกร้อนลงไปด้วย ซึ่งผมได้ไปกล่าว หรือไปรับทราบมติในที่ประชุมสหประชาชาติไปแล้วว่าเราต้องพยายามลดให้ได้20 - 25%ภายในปี2030อันนี้ตนไม่เคยลืม แล้วไม่ได้มุ่งหวังว่าที่ทำมานี่ เพื่อจะยกเลิกไม่ปฏิบัติตามพันธะสัญญา หรือไปทำเพื่อประโยชน์ใครทั้งสิ้น ตนมองว่าประโยชน์ประเทศชาติอยู่ตรงไหน ประชาชนอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้นอะไรทีทำได้เราก็ต้องหาทางพิจาณาหาความร่วมมือกันให้ได้โดยอยากจะเรียนให้ทราบว่าประเทศไทยนั้นเราอาจจะโชคดีที่เราผลิตก๊าซCO2ก๊าซคาบอนไดออกไซด์ เพียง0.9%นะครับ ซึ่งถือว่าน้อยกว่าหลายประเทศในโลก แต่รัฐบาลก็จำเป็นที่ต้องปฏิบัติตามพันธะสัญญา ขณะเดียวกันต้องรับฟังเสียงจากประชาชนไปด้วย
“2 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาลก็ฟังมาโดยตลอด ไม่ได้หมายความว่าจะไปสั่งการ หรือลงมติโดยที่ไม่ฟังเสียงจากประชาชนเลย เราต้องการ การมีส่วนร่วมด้วยความเข้าใจ มากกว่าการบังคับใช้กฎหมาย สำหรับเรื่องของการทำEIAและEHIAก็อย่าไปฟังคำบิดเบือนของใครทั้งสิ้น วันนี้ให้ไปทำใหม่ก็ไปทำใหม่ คำว่าทำใหม่ก็ต้องมีของเก่าอยู่แล้วด้วย ก็เอาของเก่ามาพิจารณาร่วมกันกับของใหม่ที่ยังทำไม่เสร็จทั้ง2ฉบับ ซึ่งถ้าไม่ผ่านก็สร้างไม่ได้ ผมจะไปบังคับได้ยังไง ทุกคนต้องยอมรับในสิ่งที่เกิดผลตามมา แล้วเราก็ต้องไปพิจารณาทางเลือกอื่นที่จะทำอย่างไรให้ประชาชนเดือดร้อนในเรื่องของค่าไฟฟ้าน้อยที่สุด รวมทั้งต้องคำนึงถึงต้นทุนด้านพลังงานชนิดอื่นอีกด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลไม่อยากจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพราะว่าไม่ได้เป็นผลอะไรกับตนเอง หรือกับรัฐบาล กับครม. แต่เป็นผลกับประเทศชาติ ถ้าทำได้ก็คือทำได้ ทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้ ตนไม่อยากให้มาขัดแย้งกันอีก ก็มีการพูดจาหารือกันดีๆ ไม่จำเป็นต้องมาประท้วง ตนให้ทบทวนอยู่แล้ว แต่อย่าใช้คำว่าจะกดดันอย่างโน้นอย่างนี้ ถ้าทำหรือถ้าไม่ทำจะเป็นยังไง ตนว่าไม่ถูกต้อง กฎหมายก็มีอยู่ เพราะฉะนั้นรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน อย่าประท้วงกันอีกเลยให้เสียแรงเสียเวลา เสียเวลาหาสตางค์ดูแลครอบครัว ช่วยกันไปพัฒนาตนเอง ทำความเข้าใจ เดินหน้าประเทศดีกว่า
“สำหรับการทำEIAและEHIAนั้น ก็ขอให้เร่งทำ ให้ได้ข้อยุติจะได้หรือไม่ได้ก็แล้วแต่ ยิ่งช้าก็จะยิ่งเสียการ จะได้รีบคิดกันใหม่ว่าจะทำอะไร แล้วก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในอนาคตร่วมกัน การเสียอนาคต เสียโอกาส ความเสี่ยง พลังงาน ต้นทุน แล้วก็ความเสถียร แล้วก็ราคาค่าไฟฟ้าสูงขึ้น ทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบด้วย เพราะรัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว อาจจะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศมีปัญหา” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า จากเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ที่คนไทยในวันนี้มีความตื่นตัวในเรื่องของการพัฒนาและการอนุรักษ์ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม รวมทั้งความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ถ้าไม่ขัดแย้งกัน ก็ไม่รู้กัน ไม่รู้ว่าสำคัญอย่างไร ไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่บ้าง ถ้าทุกคนใช้โอกาสนี้สำรวจตัวเองว่าเรารู้หรือยัง เรารู้ครบถ้วนหรือยัง ก็จะแก้ปัญหาได้ ถ้ายังรู้ไม่พอก็ฟังและอ่านเอา แล้วก็ตัดสินใจด้วยตัวเอง หรือปรึกษากันในสิ่งที่เป็นประโยชน์





