วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พบศพเหยื่อปมทวงเงิน300แล้ว คู่กรณีสารภาพเมาโกรธฆ่า

ล่าสุด พบแล้วศพเหยื่อ พ่อบังคับลูกช่วยนำร่างโยนทิ้งแม่น้ำตรัง ด้านผู้ต้องหายอมเข้ามอบตัว สารภาพเมาทะเลาะทวงแค่เงิน 300 บาท

จากกรณีที่นายจอมเพชร เทวี อายุ 42 ปี ชาวแประ อ.ท่าแพ จ.สตูล ภูมิลำเนาเดิมเป็นชาว จ.หนองคาย ซึ่งเป็นคนงานตัดไม้ยางพารา ทำร้ายร่างกายนายทองสุข ดอนเป๊ะ อายุ 37 ปี บ้านเดิมอยู่ ต.โนนทอง อ.นายูง จ.อุดรธานี จนสลบต่อหน้าเพื่อนร่วมวงเหล้าประมาณ 4 – 5 คน รวมทั้งนางสาวสุกัญญา วงห์หาญ อายุ 37 ปี ภรรยาของนายจอมเพชรเอง

จากนั้นได้บังคับลูกชายคือ เด็กชายเอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ใช้ช่วยขี่รถจักรยานยนต์ให้ เพื่อนำร่างของนายทองสุข ที่อยู่ในสภาพหมดสติไปโยนทิ้งแม่น้ำตรังใต้สะพานย่านซื่อ อ.กันตัง จ.ตรัง เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 24.00 น.ของคืนวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา

จนกระทั่งรุ่งเช้าของวันที่ 16 ก.พ.นายยงยุทธ เข็มจันทร์ อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้าคนงาน เห็นนายทองสุขกับนายจอมเพชร หายตัวไปไม่มาทำงาน จึงได้ไปสอบถาม และทราบว่านายจอมเพชร ทำร้ายร่างกายนายทองสุขจนสลบ แล้วเอาตัวนายทองสุขหายไป จึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองตรุด เพื่อให้ช่วยออกติดตามหาตัวนายทองสุข เพราะเกรงจะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต

กระทั่งเด็กชายเอ (นามสมมุติ) ลูกชายของนายจอมเพชรกับนางสาวสุกัญญา วงห์หาญ ยอมเล่า ความจริงกับตำรวจว่า พ่อได้บังคับให้ขี่รถจักรยานยนต์นำร่างนายทองสุขไปทิ้งแม่น้ำตรังที่ใต้สะพานย่านซื่อ พร้อมสั่งไว้ห้ามบอกใคร จากนั้นได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปชี้จุดเกิดเหตุ และร่วมกับแม่ รวมถึงเพื่อนคนงานนั่งเรือออกตามหาร่างนายทองสุขตลอดทั้งวันของวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีชุดประดาน้ำจากมูลนิธิกุศลสถานตรัง ช่วยงมหาร่างที่บริเวณใต้สะพานจุดที่นำร่างมาโยนทิ้งด้วย แต่ก็ไม่พบ

ความคืบหน้าล่าสุดเช้าวันที่ 18 ก.พ.60 เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกันตัง ได้รับแจ้งมีชาวบ้านพบศพบริเวณหาดเกาะจาก ม.9 ต.บ่อน้ำร้อน อ.กันตัง จ.ตรัง จากนั้นทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยอำเภอกันตัง ได้นำศพขึ้นมานำส่ง ร.พ.กันตัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์ตรวจชันสูตรพลิกศพ เบื้องสภาพศพเริ่มเปื่อยเน่าส่งกลิ่น ผู้ตายไม่สวมเสื้อ ใส่แต่กางเกงเพียงตัวเดียว มีรอยสักที่แขนซ้ายรูปมังกร ภายในตัวมีเงินอยู่จำนวน 7,020 บาท ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังนายยงยุทธ เข็มจันทร์ อายุ 51 ปี หัวหน้าคนงาน ที่ได้แจ้งความกับตำรวจ สภ.หนองตรุด ไว้ เพื่อมาชี้ตัวยืนยัน ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วว่า ยืนยันชัดว่าเป็นศพนายทองสุขจริง เพราะมีรอยสักรูปมังกรที่แขนด้านซ้าย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังเก็บศพไว้ที่ ร.พ.กันตัง เพื่อรอญาติจาก จ.อุดรธานี เดินทางมารับศพ เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ส่วนที่ สภ.หนองตรุด พ.ต.อ.ตรีวิทย์ ศรีประภา รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตรัง ได้ทำการสอบปากคำนายจอมเพชร หลังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว โดยนายจอมเพชร ให้การรับสารภาพว่า ตนเองเคยถูกจับในข้อหาเสพสารเสพติดขณะขับรถด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการคุมประพฤติ ซึ่งคืนเกิดเหตุได้นั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน รวม 5 คน คือ ตนเอง นางสาวสุกัญญา ภรรยา นายทองสุข (ผู้ตาย)นายเสถียร และนายชัย ช่วงเกิดเหตุเหลือเพียงตนเองกับนายทองสุข และนางสาวสุกัญญา

โดยตนเองได้ทวงเงินที่นายทองสุขยืมไปจำนวน 300 บาท แต่นายทองสุข พูดจายั่วยุบอกว่า ไม่ให้ ทำให้โมโหมาก จึงลุกขึ้นและใช้เท้าเตะที่คางนายทองสุขอย่างแรง จนนายทองสุขล้มลงกระแทกกับผนังซีเมนต์ ซึ่งเข้าใจว่านายทองสุขเสียชีวิต จึงได้บังคับลูกชายให้ช่วยขี่รถจักรยานยนต์ให้ จากนั้นนำร่างนายทองสุขนั่งรถจักรยานยนต์เพื่อจะไปทิ้งที่ใต้สะพานจุดเกิดเหตุ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุก็ได้บอกให้ลูกชายถอยออกไปจากจุดดังกล่าว เพราะไม่อยากให้เห็นภาพที่ตนเองนำร่างนายทองสุข ลากโยนทิ้งแม่น้ำตรัง หลังจากลงมือเสร็จแล้วก็กลับเข้าบ้านพัก และสั่งลูกไว้ว่า ห้ามนำเรื่องนี้บอกกับใครเด็ดขาด

กระทั่งรุ่งเช้าอีกวัน ก็ได้บังคับให้ลูกชายขี่รถจักยานยนต์ไปส่งตนเองที่หน้าโรงเรียนสภาราชินี 2 จากนั้นก็ได้นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างต่อไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดตรัง ซื้อตั๋วรถตู้เพื่อเดินทางหลบหนีไปหาพี่ชายในพื้นที่ อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี โดยพี่ชายได้บอกให้ตนเองมอบตัว เพราะหนีไป ก็ไม่รอด ประกอบกับลูกชายโทรศัพท์มาขอร้องให้มอบตัว ตนเองจึงให้พี่ชายนำพาเข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.นาสาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองตรุด ได้เดินทางไปรับตัวมาดังกล่าว

พ.ต.อ.ตรีวิทย์ ศรีประภา รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตรัง กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาและทุกคน รวมทั้งภรรยาของผู้ต้องหาและลูกชาย เชื่อว่านายจอมเพชรจะมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนา เพราะตอนนายทองสุขสลบ เข้าใจว่านายทองสุขตายแล้ว จึงบังคับลูกชายให้ช่วยขี่รถจักรยานยนต์นำร่างไปทิ้งที่แม่น้ำตรัง ส่วนลูกชายของนายจอมเพชร กระทำลงไปเพราะถูกบังคับ จึงจะกันไว้เป็นพยาน และจะสอบปากคำอย่างละเอียดต่อหน้าสหวิชาชีพต่อไป ส่วนทางด้านผู้ต้องหาคือ นายจอมเพชร หลังสอบปากคำเสร็จ จะนำตัวไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพและส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป