'ศรีวราห์' นำทีมสอบปล้นปืนค่ายทหาร

'ศรีวราห์' นำทีมสอบปล้นปืนค่ายทหาร

"พล.ต.อ.ศรีวราห์" นำทีมสอบปล้นปืนค่ายทหาร พร้อมขยายผลเชื่อมโยงปืนกระจายที่ใดบ้าง - ด้านผู้ต้องหายันไม่เกี่ยวขอนแก่นโมเดล ขอให้การชั้นศาล

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รองผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4 พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะ ทำงานด้านกฎหมาย คสช. พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมาย คสช. เดินทางมารับมอบตัวผู้ต้องหาที่กระทำความผิดเกี่ยวกับการยักยอกอาวุธปืนภายในค่ายทหาร โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้เรียกคณะทำงานเข้าประชุม พร้อมจัดเตรียมสถานที่การรับส่งตัวผู้ต้องหา โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง

ต่อมาเวลา 18.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ทหารจากสังกัดมทบ 11 ได้นำตัว ร.ต.ต.จันทร์ เพ็ชรบุญผ่องศรี อดีตนายตำรวจสังกัดกก.ตชด.24 (อุดรธานี) ด.ต.สุชาติ ใจตาง สังกัด กก.ตชด.ที่ 24 (อุดรธานี). ด.ต.กิตติชัย จุลเหลา อดีตตำรวจสังกัดกก.ตชด.ที่ 24 (อุดรธานี) ร.ต.ท.สำเร็จ นามปราศรัย อดีตนายตำรวจที่เกษียณอายุราชการเมื่อปี 2558 สังกัด กก.ตชด.ที่ 24 (อุดรธานี) ด.ต.นิติพงษ์ มาตรี อดีตตำรวจสังกัดกก.ตชด.ที่ 24 (อุดรธานี) ด.ต.นิมิตร สานก้อย ตำรวจสังกัดกก.4บก.กฝ.ตชด (อุดรธานี) ร.ต.ท.สัมฤทธิ์ หงษ์คะ สังกัดกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.ภ.4 ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ร่วมกันกระทำความผิดฐานยักยอกอาวุธปืนและยุทธภัณฑ์ ภายในคลังสรรพาวุธ กก.ตชด.24 อ.เมือง จว.อุดรธานี,กองร้อย ตชด.245 อ.เมือง จว.หนองคาย และกองร้อย ตชด.247 อ.ด่านซ้าย จว.เลย เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจร่างกาย พิมพ์ลายนิ้วมือ ทำประวัติ โดยมีแพทย์จากรพ.ตำรวจเป็นผู้ทำการตรวจ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายสั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบกรณีอาวุธปืนยุทธภัณฑ์ได้หายไป ตั้งแต่ปี 2554 ของตชด.ที่อุดร มีการสืบสวนค้น ความผิดใหม่ นอกเหลือจากปี 54 ในการครอบครองยุทธภัณฑ์ โดยเบื้องต้นกลุ่มผู้ต้องหามีที่เป็นข้าราชการตำรวจและที่เคยรับราชการตำรวจ แต่ถูกให้ออกราชการแล้ว สำหรับพฤติกรรมนั้น อยู่ระหว่างการสืบสวน และขยายผลเพิ่มเติมว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการนำปืนไปจำหน่ายหรือกระจายไปที่ใดบ้าง แต่เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดปืนหลวงคืนมา 1 กระบอกจาก 885 อยู่ระหว่างขยายผล ยืนยันว่าหากพบใครเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการจับกุม ซึ่งเรื่องนี้ทางฝ่ายความมั่นคงอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตาม ทั้งนี้เชื่อมโยงกับกลุ่มขอนแก่นหรือไม่นั้นอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเชื่อมโยงกับขอนแก่นโมเดล หรือเหตุความไม่สงบอื่นๆหรือไม่ รายละเอียดอยู่ในสำนวน ในส่วนของอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้ต้องนำไปเทียบเคียงว่าเคยถูกนำไปใช้ก่อเหตุหรือไม่ อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ทางตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานีจะเดินทางมารับตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีตามขั้นตอนกฏหมาย เบื้องต้นแจ้งข้อหา “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ”

ด้านนายสุชาติ ให้การว่า ได้ก่อเหตุยักยอกอาวุธปืนยุทธภัณฑ์ มากว่า 20 กระบอก ส่วนใหญ่เป็นปืน ชนิดเอ็ม 16 และเอชเค ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาได้รู้จักกันและร่วมกันก่อเหตุ ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับขอนแก่นโมเดล หรือกลุ่มความไม่สงบอื่นๆ และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

สำหรับกรณีดังกล่าวนั้น สืบเนื่องจากในการประชุมก.ตร. เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยการประชุมดังกล่าวมีการนำเรื่องเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของ ตชด.สูญหาย จำนวน 885 กระบอก ทางพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.(มค) ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วรายงานผลให้ทราบ จากนั้นพล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย บช.ตชด. สกบ. กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค.6 ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงการดำเนินการคดีอาญา วินัย คดีแพ่ง และติดตามอาวุธปืนที่สูญหายคืน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในห้วงระยะเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 – 30 มิ.ย.2557 โดยเกิดเหตุภายในคลังสรรพาวุธ กก.ตชด.24 อ.เมือง จว.อุดรธานี,กองร้อย ตชด.245 อ.เมือง จว.หนองคาย และกองร้อย ตชด.247 อ.ด่านซ้าย จว.เลย ทั้งนี้ในส่วนอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่หายไปประกอบไปด้วย อาวุธปืน จำนวน 885 กระบอก เช่น อาวุธปืน M16 , HK 33, M79 อาวุธปืนพกสั้นชนิดต่างๆ กระสุนปืน จำนวน 15 รายการ เช่น กระสุนปืนเล็กขนาด 5.56 มม. ฯลฯ วัตถุระเบิด จำนวน 18 รายการ เช่น ระเบิดขว้างสังหาร M67, K75 เป็นต้น

จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้กระทำความผิดในขั้นต้น จำนวน 5 นาย ประกอบไปด้วย 1.ร.ต.ต.จันทร์ เพ็ชรบุญผ่องศรี 2.ด.ต.นิติพงษ์ มาตรี 3.ด.ต.กิตติชัย จุลเหลา 4.ด.ต.อุเทน โสภิณ 5.พ.ต.ท.หญิง พรเฉลิม เสนาสุ โดยวันและเวลาดังกล่าว ผู้ต้องหาทั้งหมดมีหน้าที่ในการดูแลรักษาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของทางราชการ ได้ร่วมกันยักยอกเอาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนในคลังสรรพาวุธของ กก.ตชด.24 ไปจำหน่าย และยังได้อาศัยเหตุที่ตนมีอำนาจหน้าเช่นนั้นไปตรวจสอบ แล้วรับ-มอบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจากหน่วยงานในสังกัด ได้แก่ กองร้อย ตชด.245 จว.หนองคาย, กองร้อย ตชด.247 จว.เลย เพื่อนำไปเก็บรักษาในคลังสรรพาวุธของ กก.ตชด.24 ที่ตนมีหน้าที่ดูแลอยู่ แต่ได้ร่วมกันเบียดบังยักยอกเอาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนนั้นไปจำหน่าย อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุ ทางบช.ตชด ซึ่งเป็นต้นสังกัด ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและพิจารณาลงทัณฑ์ดำเนินคดีทางวินัย โดย มีคำสั่งให้ ร.ต.ต.จันทร์เพ็ชร บุญผ่องศรี, ด.ต.นิติพงษ์ มาตรี ด.ต.อุเทน โสภิณ และ ด.ต.กิตติชัย จุลเหลา ออกจากราชการ ส่วนพ.ต.ท.หญิง พรเฉลิม เสนาสุ ปลดออกจากราชการ (อุทธรณ์คำสั่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ก.ตร.)

ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ปฐมพงศ์ นกอยู่ รอง ผกก.ตชด.24 ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี, สภ.เมืองหนองคาย และสภ.ด่านซ้าย ให้ดำเนินคดีทางอาญากับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้กระทำผิด โดยร.ต.ต.จันทร์เพ็ชร บุญผ่องศรี, ด.ต.นิติพงษ์ มาตรี ด.ต.อุเทน โสภิณ และ ด.ต.กิตติชัย จุลเหลา ทั้ง 4 นาย ถูกดำเนินคดี ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต จำนวน 5 คดี ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการดำเนินการของ ป.ป.ท. จำนวน 4 คดี และของพนักงานสอบสวน จำนวน 1 คดี พร้อมทั้งให้ชดใช้ความเสียหายทางละเมิด มูลค่าความเสียหาย จำนวน 38,531,664 บาท มีผู้ต้องรับผิดชอบ จำนวน ๑๐ นาย ภายหลังเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมก.ตร. ได้มีการดำเนินการขยายผล เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ร่วมกัน ตรวจค้นบ้านพักพบอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนที่ผิดกฎหมาย จึงเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดธานี ต่อมา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดอุดรธานีเพื่อออกหมายจับ จำนวน 4 นาย ดังนี้ ด.ต.สุชาติ ใจตาง หมายจับที่ จ.๔๗/๒๕๖๐ ฐาน "มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" ร.ต.ท.จันทร์เพ็ชร บุญผ่องศรี หมายจับที่ จ.๔๘/๒๕๖๐ ฐาน "มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครองครอง" ด.ต.กิตติชัย จุลเหลา หมายจับที่ จ.๔๖/๒๕๖๐ ฐาน "มีเครื่องกระสุนปืนและเครื่องกระสุนปืนที่ใช้ในการสงคราม ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ หรือ โดยผิดกฎหมาย" และ ด.ต.นิมิต สานก้อย หมายจับที่ จ.๔๕/๒๕๖๐ ฐาน "มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต"