'ริโอ ทินโต' ฟื้นเจรจาควบรวม 'เกลนคอร์' สร้างบริษัทเหมืองแร่ใหญ่สุดในโลก

'ริโอ ทินโต' ฟื้นเจรจาควบรวม 'เกลนคอร์' สร้างบริษัทเหมืองแร่ใหญ่สุดในโลก

สองยักษ์บริษัทเหมือง 'Rio Tinto - Glencore' ฟื้นการเจรจาควบรวมกิจการกันอีกครั้ง หวังสร้างบริษัทเหมืองแร่ที่ใหญ่ที่สุดเบอร์ 1 ในโลก มูลค่า 2.6 แสนล้านดอลลาร์

บริษัทริโอ ทินโต (Rio Tinto) และเกลนคอร์ (Glencore) ซึ่งเป็นสองบริษัทเหมืองแร่ยักษ์ใหญ่ระดับท็อป 10 ของโลก ประกาศกลับมาเจรจากันอีกครั้งเกี่ยวกับข้อตกลงการควบรวมกิจการครั้งใหญ่ ที่อาจนำไปสู่การเกิดบริษัทเหมืองแร่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกมูลค่าถึง 2.6 แสนล้านดอลลาร์ (กว่า 8 ล้านล้านบาท)

ริโอ ทินโต ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองจากอังกฤษและมีขนาดธุรกิจใหญ่กว่าอีกฝ่าย ระบุในแถลงการณ์วันนี้ว่า ทั้งสองบริษัทได้หารือกันเบื้องต้นเกี่ยวกับการควบรวมธุรกิจบางส่วนหรือทั้งหมด ซึ่งอาจรวมถึงการควบรวมกิจการแบบแลกหุ้นทั้งหมดระหว่างริโอ ทินโตและเกลนคอร์” 

“ความคาดหวังในปัจจุบันของทั้งสองฝ่ายคือ ธุรกรรมการควบรวมกิจการใดๆ จะเกิดขึ้นผ่านการเข้าซื้อกิจการเกลนคอร์โดยริโอ ทินโต ผ่านแผนการที่ได้รับการอนุมัติจากศาล” แถลงการณ์ระบุ

ด้านราคาหุ้นของริโอ ทินโตที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลียร่วงลงหนักถึง 6.3% ในวันศุกร์ จากข่าวการเจรจาดีลนี้

ซีเอ็นบีซีได้ติดต่อทั้งสองบริษัทเพื่อขอความคิดเห็นเพิ่มเติม ริโอ ทินโตกล่าวว่าพวกเขามีเวลาถึงวันที่ 5 ก.พ. เพื่อประกาศเจตจำนงที่แน่ชัดว่าจะยื่นข้อเสนอซื้อกิจการเกลนคอร์ ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองแร่จากสวิตเซอร์แลนด์ หรือไม่ 

การกลับมาเจรจาควบรวมกิจการกันใหม่ในครั้งนี้ ได้ปัจจัยหนุนจากความต้องการ "ทองแดง" ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยราคาทองแดงเพิ่งจะพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทะลุ 13,000 ดอลลาร์ต่อตันในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ ริโอ ทินโต และเกลนคอร์ เคยหารือเกี่ยวกับการควบรวมกิจการในช่วงปลายปี 2024 แต่การเจรจาล้มเหลวเนื่องจากประเด็นต่างๆ เช่น การประเมินมูลค่าและอนาคตของเหมืองถ่านหินของ Glencore

ก่อนหน้านี้ในเดือนส.ค. 2025 ไซมอน ทรอตต์ ซีอีโอของริโอ ทินโต ได้ประกาศการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ โดยสัญญาว่าจะลดต้นทุนและปลดล็อกเงินทุนมากถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์จากฐานสินทรัพย์ของบริษัท โดยให้บริษัทมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ แร่เหล็ก อะลูมิเนียมกับลิเธียม และทองแดง

ข้อตกลงระหว่างสองยักษ์บริษัทเหมืองจากอังกฤษและสวิสในครั้งนี้ จะยิ่งเพิ่มกิจกรรมการควบรวมและซื้อกิจการในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ให้เข้มข้นขึ้น หลังจากในปีที่แล้วบริษัท Anglo American และ Teck Resources ของแคนาดา ตกลงที่จะควบรวมกิจการกันในข้อตกลงมูลค่า 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อเดือนก.ย. ซึ่งเป็นดีลที่คาดว่าจะสร้างผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ที่สุดระดับท็อป 5 ของโลก