ประท้วงอิหร่านเข้มข้น ทรัมป์ไม่พบมกุฎราชกุมารอ้างไม่เหมาะสม

ประท้วงอิหร่านเข้มข้น ทรัมป์ไม่พบมกุฎราชกุมารอ้างไม่เหมาะสม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่พบกับเรซา ปาห์เลวี ผู้ประกาศว่าตนเองคือมกุฎราชกุมารอิหร่าน และว่ารัฐบาลวอชิงตันไม่พร้อมสนับสนุนใครหากรัฐบาลอิหร่านล่มสลาย

เว็บไซต์อัลจาซีรา รายงาน ทรัมป์ กล่าวในรายการพอดแคสต์The Hugh Hewitt Show เมื่อวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) เรียก เรซา ปาห์ลาวี โอรสกษัตริย์องค์สุดท้ายของอิหร่าน ผู้ถูกการปฏิวัติอิสลามโค่นอำนาจในปี 1979 ว่าเป็น “คนดี” แต่ในฐานะประธานาธิบดีจะไม่เหมาะสมหากตนพบกับเขา

“ผมคิดว่าเราควรปล่อยให้ทุกคนออกมาแล้วดูว่าใครเด่น”

“ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องเหมาะสมถ้าจะพบ” ทรัมป์กล่าว

อัลจาซีรารายงานว่า ปาห์ลาวี ผู้ใช้ชีวิตในสหรัฐมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิสราเอล เป็นผู้นำกลุ่มนิยมกษัตริย์บรรดาฝ่ายต่อต้านอิหร่านที่แตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย

ความเห็นของทรัมป์ส่งสัญญาณว่าสหรัฐไม่สนับสนุนของเสนอของปาห์เลวี ที่จะ “นำการเปลี่ยนผ่าน” การปกครองในอิหร่าน หากระบบปัจจุบันล่ม

ขณะนี้รัฐบาลอิหร่านกำลังรับมือกับการประท้วงในหลายพื้นที่ของประเทศ เมื่อวันพฤหัสบดีทางการตัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพื่อควบคุมการประท้วง ขณะที่ปาห์ลาวีเรียกร้องให้ประชาชนเดินขบวนมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีสหรัฐเคยเตือนว่า จะเข้าแทรกแซงหากรัฐบาลอิหร่านทำร้ายผู้ประท้วง ถึงวันพฤหัสบดีเขาก็ขู่อีกรอบ

“พวกเขากำลังทำแย่มาก และผมได้บอกไปแล้วว่า ถ้าเริ่มสังหารประชาชนซึ่งพวกเขามีแนวโน้มทำช่วงจลาจล พวกเขาเกิดจลาจลหลายครั้ง ถ้าทำล่ะก็ เราจะทุบพวกเขาอย่างรุนแรง” ทรัมป์กล่าว

การประท้วงในอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนที่แล้วเพื่อแสดงความไม่พอใจวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้น เนื่องจากค่าเงินเรียลของอิหร่านร่วงลงอย่างหนักท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดจากสหรัฐ

การประท้วงเน้นเรื่องเศรษฐกิจเริ่มขึ้นที่โน่นบ้างที่นี่บ้างทั่วประเทศ จากนั้นกลายเป็นการต่อต้านรัฐบาลอย่างรวดเร็ว และกำลังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ จนรัฐบาลต้องตัดอินเทอร์เน็ต

ปาห์เลวีแสดงความขอบคุณทรัมป์และอ้างว่า “ชาวอิหร่านหลายล้านคน” ออกมาประท้วงในคืนวันพฤหัสบดี

“ผมอยากขอบคุณผู้นำโลกเสรี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องจากเขาย้ำคำมั่นสัญญาว่าจะนำระบอบดังกล่าวมารับผิดชอบ” ปาห์เลวีโพสต์โซเชียลมีเดีย

“ตอนนี้ถึงเวลาของคนอื่นๆ เช่น ผู้นำยุโรป ต้องทำตามเขา เลิกเงียบเฉย และกระทำการสนับสนุนประชาชนอิหร่านเด็ดขาดยิ่งขึ้น”

เมื่อเดือนที่แล้ว ทรัมป์ ยังขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอีกครั้งหากอิหร่านสร้างโครงการนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธขึ้นมาใหม่ หลังจากสหรัฐทิ้งระเบิดโรงงานนิวเคลียร์หลัก 3 แห่งของอิหร่านในเดือน มิ.ย.ส่วนหนึ่งของสงครามที่อิสราเอลเริ่มกับอิหร่านโดยไม่มีการยั่วยุ

วิกฤติรุมเร้าอิหร่าน 

นอกจากวิกฤติเศรษฐกิจและการเมืองแล้ว อิหร่านยังเผชิญกับอุปสรรคด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง ซึ่งยิ่งทำให้ความไม่สงบภายในประเทศทวีความรุนแรงขึ้น อิหร่านยังได้รับผลกระทบอย่างหนักต่อนโยบายต่างประเทศ เนื่องจากเครือข่ายพันธมิตรหดตัวลงในช่วงสองปีที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรียถูกโค่นล้มโดยกองกำลังติดอาวุธฝ่ายต่อต้านในเดือนธันวาคม 2024,กลุ่มฮิซบอลเลาะห์อ่อนแอลงจากการโจมตีของอิสราเอลและประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลาถูกสหรัฐลักพาตัวไป

แต่ผู้นำอิหร่านยังคงเพิกเฉยต่อคำขู่ของสหรัฐอาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ย้ำท่าทีท้าทายอีกครั้งหลังจากการบุกโจมตีของสหรัฐในกรุงการากัสเมื่อวันเสาร์ (3 ม.ค.)

“เราจะไม่ยอมจำนนต่อศัตรู” คาเมเนอีเขียนในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย

“เราจะทำให้ศัตรูคุกเข่าลง”