วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปส.ย้ำไม่จำเป็นส่ง 'ไซซะนะ' ให้ลาว

"ปส." ย้ำไม่จำเป็นส่ง "ไซซะนะ" ให้ลาว เร่งเช็กเสี่ยมีรถหรู 40 คัน พร้อมขยายผลแก๊งขนยาซุกกรุง 2.6 ล้านเม็ด-จับ 2 ผู้ต้องหายึดเงิน 52 ล้าน

ที่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ ผบก.ประจำบช.ปส. ในฐานะโฆษก บช.ปส. ได้เปิดเผยความคืบหน้าปฏิบัติการ "ชัยยะ สยบไพรี 60/2" ขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดนายไซซะนะว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวเลข หรือจำนวนทรัพย์สินทั้งหมดได้ เพราะต้องรอข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ทั้งในไทยและทางการลาว อีกทั้งยังมีทรัพย์สินอีกจำนวนมากที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ ซึ่งคาดว่าจะยังไม่สามารถสรุปได้ในเร็วๆ นี้ เนื่องจากในกระบวนการต้องใช้เวลา

ส่วนกระแสข่าวที่สื่อออนไลน์ของลาว ต้องการให้ส่งตัวนายไซซะนะกลับลาว นั้น พล.ต.ต.สุนทร ระบุว่า ยืนยันไม่มีความจำเป็นต้องส่งตัวกลับ เพราะนายไซซะนะกระทำผิดในไทย ตำรวจมีอำนาจในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนกระแสข่าวที่ นายสีสุก ดาวเฮือง หรือ เสี่ยเตื้อง โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงความสัมพันธ์กับนายไซซะนะว่าเป็นเพื่อนกันจริง แต่ไม่ทราบเรื่องค้ายาเสพติด ก็เป็นเรื่องที่สามารถชี้แจงได้ แต่ในทางการสืบสวนมีข้อมูลเบื้องต้นที่น่าสงสัยว่า ทั้ง 2 คน อาจมีความเกี่ยวข้องกันในเรื่องค้ายาเสพติด หรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด และอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน

"ส่วนผลการตรวจสอบที่มารถลัมโบร์กินี ของนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง มีความคืบหน้าไปมาก แต่การพิสูจน์ทราบเรื่องทะเบียนรถ กจ 51 กรุงเทพมหานคร ยังต้องรอข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นได้อายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับนายอัครกิตติ์ 2 รายการ คือ รถลัมโบร์กินี และรถบิ๊กไบค์ เพราะมีชื่อนายอัครกิตต์เป็นผู้ครอบครอง ส่วนที่มาของเงินจากข้อมูลการสืบสวนพบว่า เป็นเงินของนายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย ผู้ต้องหาเครือข่ายค้ายาเสพติดนายไซซะนะ ซึ่งได้ยึดทรัพย์ไว้แล้วรวม 12 รายการ" พล.ต.ต.สุนทร กล่าว

พล.ต.ต.สุนทร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้การกวาดล้างยาเสพติดของตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 (บก.น.3) ที่ได้เข้าจับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดย่านสุวินทวงศ์ได้พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนมากเมื่อคืนวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น พบว่า เป็นกลุ่มรับขนลำเลียงยาเสพติด ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผลว่า จะเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดนายไซซะนะหรือไม่ ซึ่งตำรวจท้องที่ได้ส่งรายละเอียดสำนวนคดีให้ทางบช.ปส.ดำเนินการต่อ เพื่อให้อำนาจเข้าร่วมทำการสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหา สำหรับหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายนายไซซะนะ และตรวจสอบเส้นทางของยาเสพติดดังกล่าว ว่า นำยาเสพติดจำนวนนี้มาจากที่ไหนอย่างไร

ขณะที่การกวาดล้างจับเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในภาคใต้ เมื่อวานนี้(9 ก.พ.) ได้มีการจับกุม นางบุหลัน ธารีสืบ ภรรยาของ นายมามะรุสสัน ดรอแม ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดทางภาคใต้ ซึ่งถูกตำรวจมาเลเซียจับไปก่อนหน้านี้ในปี 2557 และจับกุมนายจิตรภานุ แซ่เฮง ที่เซฟเฮ้าส์ในอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมยึดทรัพย์เป็นเงินสด รถยนต์ เครื่องเพชร รวม มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท นั้น เบื้องต้นนางบุหลัน รับสารภาพอ้างว่า เป็นเงินของสามี ซึ่งสอดคล้องกับการสอบปากคำสามีนางบุหลันที่ถูกจับไปแล้วตั้งแต่ปี2557 ว่า เงินจำนวนนี้เป็นเงินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดจริง และมอบให้นางบุหลันไว้ เพื่อนำไปซื้อคอนโดมิเนียม และเอาไว้ใช้จ่ายส่วนตัว

พล.ต.ต.สุนทร กล่าวต่อว่า กลุ่มนางบุหลันจะมีความเกี่ยวข้องกับนายคามะลูดีน บิน อาหว่อง ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ทางภาคใต้หรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบ ซึ่ง บช.ปส.ได้ประสานผ่านตำรวจมาเลเซีย เพื่อขอเข้าร่วมสอบปากคำนายคามะลูดีน บิน อาหว่อง แล้ว และอยู่ระหว่างจัดทำหนังสือให้เป็นทางการ รวมถึงอาจพิจารณาขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน หากมีสนธิสัญญาร่วมกัน นอกจากนี้ประเทศไทยเป็นจุดผ่านของเส้นทางลำเลียงยาเสพติด หากรู้หัวและท้ายแล้ว ความเชื่อมโยงก็จะปรากฏเอง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีการพบข้อมูลว่า มีผู้สะสมรถหรูกว่า 40 คัน ใน อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จะมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดหรือไม่ พล.ต.ต.สุนทร บอกว่า กำลังไปพิสูจน์ทราบว่าทำงานอะไร ถึงได้มีรถหรูมากขนาดนั้น และต้องขอบคุณพี่น้องที่ส่งข้อมูลมา ซึ่งทางบช.ปส.ได้ข้อมูลเยอะมาก และจะส่งคนไปเฝ้าดูติดตามพฤติกรรมเป็นรายๆไป เพื่อให้ได้หลักฐานที่ชัดเจน

ทั้งนี้สำหรับทรัพย์สิน 12 รายการ ที่ทางบช.ปส.ยึดจากนายอัครกิตติ์และนายณัฐพล ประกอบด้วย 1.เงินสด 30,000 บาท 2.กีตาร์ 1 ตัว 3.คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง 4.แทบเล็ต 1 เครื่อง 5.โทรศัพท์มือถือ ไอโฟน 5 เอส 1 เครื่อง 6.โทรศัพท์มือถือ ไอโฟน7 1 เครื่อง 7.กล้องถ่ายรูปยี่ห้อ ฟูจิ 1ตัว 8.โทรศัพท์มือถือไอโฟน7 1 เครื่อง 9.รถจักรยานยนต์แบบบิ๊กไบค์ ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิ้ลยู ทะเบียน 4กร 249 กรุงเทพมหานคร 10.รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน 2กฬ 4624 กรุงเทพมหานคร 11.รถจักรยานยนต์แบบบิ๊กไบค์ เคทีเอ็ม ทะเบียน 4กษ 6071 กรุงเทพมหานคร และ 12.รถยนต์ลัมโบร์กินี ทะเบียน จห 5 กรุงเทพมหานคร(ซึ่งเป็นทะเบียนแท้จริง) โดยมี 2 รายการ ที่กำลังมีปัญหาอยู่ คือรถลัมโบร์กินี และรถจักรยานยนต์แบบบิ๊กไบค์ เคทีเอ็ม ซึ่งนายณัฐพล หรือ บอย (ผู้ค้ายา) ได้ให้นายอัครกิตติ์ หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ทำธุรกรรมเป็นผู้ครอบครอง โดยยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง