วันพุธ ที่ 2 กันยายน 2569

Login
Login

บิ๊ก ปส. เชื่อรถหรูเครือข่าย'ไซซะนะ'มีมากกว่า 20 คัน

"พล.ต.ท.สมหมาย" มั่นใจรถหรูในเครือข่าย “ไซซะนะ” มีมากกว่า 20 คัน ย้ำแม้ว่าจะครอบครองรถอย่างถูกต้อง แต่ถ้าได้มาจากการพัวพันค้ายา ต้องถูกอายัด

กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. กล่าวการขยายผลดำเนินคดีกับขบวนการค้ายาเสพติดกลุ่มของ “ไซซะนะ” ว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานนายเอก บูโน่ เจ้าของเต็นท์รถ บูลโน ออโต คลินิก (BUONO AUTO CLINIC)ย่านพระราม3เข้าให้ปากคำ เพราะรถลัมโบร์กินีที่อยู่ในความครอบครองของนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง มาจากเต็นท์นี้ จึงต้องการสอบถามข้อมูล รวมถึงขอตรวจสอบเอกสารหลักฐานในการทำธุรกรรมทางการเงิน เบื้องต้นประสานผ่านคนใกล้ชิดไว้ว่าจะเดินทางมาช่วงเที่ยงวันนี้ สำหรับเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคณะพนักงานสอบสวนได้เรียกสอบปากคำพยานไป 3  ปาก คือ ไผ่ วันพอยท์ เจ๋ง วันพอยท์ ซึ่งข้อมูลพบว่านายเจ๋ง นายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย ผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดนายไซซะนะ แก้วพิมพา นักค้ายาเสพติดชาวลาว และเจ้าของเต็นท์รถ รู้จักกัน จึงเรียกมาสอบถามในประเด็นนี้ด้วย    

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีรถหรูกว่า 20  คันที่อยู่ในประเทศลาวนั้น ทางตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้ประสานข้อมูลกับทาง สปป.ลาวไปก่อนหน้านี้ เชื่อว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่ายนายไซซะนะเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่ามีมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารถหรูจะมีการครอบครองอย่างถูกต้อง แต่หากเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดก็จะต้องถูกอายัดไว้ตรวจสอบ และต้องตรวจสอบผู้ครอบครองด้วยเช่นกัน                

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ตนยังได้รับรายงานว่า ทางการมาเลเซียได้จับกุมตัวนายคามะลูดีน บิน อาหว่อง (Mr.Kamarudin Bin Awang) ชาวมาเลเซีย ซึ่งถูกจับภายใต้มาตราการพิเศษเกี่ยวกับยาเสพติดอันตราย โดยสามารถจับกุมได้ที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเชีย เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลา 21.00 น. จากการตรวจสอบเชื่อว่า นายคามะลูดีน เป็นเป้าหมายคนเดียวกับนายไซนุเด็ง มะ ลูกเขย นายมะรินิง จาโก หรือ “มะ สิบล้อ” หัวหน้าเครือข่ายรับยาเสพติดจากทางเหนือและภาคอีสาน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวมานานกว่า5ปี

“จากการจับกุมตรวจค้นพบว่า มีการซุกซ่อนเงินกว่า 30 ล้านบาทไว้ภายในท่อพีวีซี โดยนายคามะลูดีน มีพฤติกรรมรับยามาจากทางภาคเหนือส่งผ่านทางภาคใต้ไปยังประเทศมาเลยเซีย เป็นคู่ค้าในระดับเดียวกันกับนายไซซะนะ และยังเคยติดต่อค้ายาเสพติดกับนายอุสะมาน สะแลแมง ผู้ต้องหาที่ทางการไทยเคยออกหมายจับ เมื่อปี2555  และยังอยู่ระหว่างการหลบหนี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของไทย  ได้ทำการประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศมาเลเชีย เพื่อทำการสอบปากคำนายคามะลูดีน ว่ามีความเชื่อมโยงกับนายไซซะนะในระดับไหนอย่างไร” ผบช.ปส. ระบุ                

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสืบสวนขยายผลพบว่า นายคามะลูดีน บิน อาหว่อง (Mr.Kamarudin Bin Awang)  มีบ้านพักอาศัยอยู่ใน  3  จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นจุดพักยาเสพติด ก่อนนำส่งไปยังประเทศมาเลเซีย จึงเชื่อได้ว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้