"ม.ล.ปนัดดา" ขอคนไทยนำพาประเทศเดินหน้า ใต้ร่มพระบารมี "ร.10" สถิตย์ในใจ วอนคนไทย นำคำสอน "ร.9" ปฏิบัติ
พล.อ.สุภกิจ นุตสถิตย์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานเปิดการสัมมนาวิชาการ วิทยาลัยการทัพสัมพันธ์ ครั้งที่ 1/2560 หัวข้อ “บทบาทของชาติมหาอำนาจที่มี ผลกระทบต่อการกำหนดยุทธศาสตร์ของประเทศไทย” เพื่อเตรียมพร้อมในการปรับตัวให้ทันกระแสโลก โดยมี หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รองศาสตราจารย์ ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง เป็นวิทยากร โดย การสัมมนาครั้งนี้ มีวิทยาลัยการทัพบกเป็นเจ้าภาพและได้เชิญนักศึกษาหลักสูตรหลักประจำ วิทยาลัยเสนาธิการทหาร สถาบันป้องกันประเทศ วิทยาลัยการทัพเรือ และวิทยาลัยการทัพอากาศกว่า 400 คนเข้าร่วมการสัมมนา
พล.อ.สุภกิจ กล่าวเปิดสัมมนาว่า การสัมมนาครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนการพูดคุย การค้นคว้าหาข้อมูล วิเคราะห์ในแง่ของวิชาการและที่สำคัญคือการสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง รวมถึงการประสานการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อกองทัพและประเทศชาติ ทั้งนี้การสัมมนาในหัวข้อ “บทบาทของชาติมหาอำนาจที่มีผลกระทบต่อการกำหนดยุทธศาสตร์ของประเทศไทย” นั้นถือเป็นเรื่องที่หน้าท้าทายและการสัมมนาแค่เพียง 1.30 น. คงไม่เพียงพอ ตนมองว่าหัวข้อดังกล่าวควรจะใช้เวลา 3 เดือน ในการจัดสัมมนา เนื่องจากบทบาทของชาติมหาอำนาจเปลี่ยนแปลงทุกวันและยุทธศาสตร์ของชาติได้มีการกำหนดเอาไว้แล้วใน 6 ด้านซึ่งขอให้นักศึกษาทุกคนได้เรียนรู้และนำยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ด้านมาเชื่อมต่อกับบทบาทของชาติมหาอำนาจว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไรเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปพระธรรมนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป
ด้าน ม.ล.ปนัดดา กล่าวถึง บทบาทสถาบันพระมหากษัตริย์ในอดีตกับการปกป้องอธิปไตยของประเทศไทยให้พ้นจากมหาอำนาจรวมถึงแนวโน้มสถานการณ์ของโลกและการดำเนินนโยบายของรัฐบาลเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับชาติมหาอำนาจต่างๆในอนาคตทั้งนี้ตนพยายามบอกกับคนรุ่นหลังว่าทุกคนต้องมีแบบอย่างในการดำรงชีวิตอาชีพ แบบอย่างที่ดีก็คือพระบาทสมเด็จพระปรมินมหาภูมิพลอดุลยเดชสิงห์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่คนไทยรักและคิดถึงไม่มีวันจบสิ้น จนถึงทุกวันนี้ประชาชนที่เดินทางไปกราบพระบรมศพ ตัวอย่างมีคนร้องไห้เหมือนมีเหตุการณ์วันที่ 13 ตุลาคม ที่พระองค์เสด็จศวรรคต
ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า แม้เหตุการณ์จะผ่านมาแล้ว ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงทุกคนยังตัดใจไม่ได้ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นตัวสำคัญว่าพวกเราจะทำอย่างไรไม่ให้พระองค์ท่านเสด็จจะไปไหนให้อยู่กับเราตลอดไปเพราะฉะนั้นเราต้องอัญเชิญพระบรมราโชวาทคำซ้อนมากมายของพระองค์ท่าน ที่ทรงมีพระราช อ่านนิทานให้กับคนไทยทั้งเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตการเข้าใจเข้าถึงพัฒนาพระองค์ท่านทรง พระราชทานคำสอนบาท 70 ปีซึ่งพวกเราทุกคนต้องอัญเชิญคำสอนเหล่านี้มาสถิตอยู่ในใจของเราตลอดไปเมื่อไหร่ที่คุณพูดหลังละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสอนพระองค์ก็จะจากไปในที่สุด
ม.ล.ปนัดดา กล่าวต่อว่า ประเทศไทยได้รับการยกย่องและชื่นชมจากประเทศอาเซียนเนื่องจากหนึ่งเรามีพระมหากษัตริย์ที่เป็นแบบอย่างที่ดีงามและเป็นที่เคารพรักยิ่งของประชาชนชาวไทยรวมถึงประชาชนอาเซียนทั้งมวล นอกจากนี้ประชาชนคนไทยเป็นแบบอย่างในเรื่องของความรักความสามัคคี ที่ได้เรียนรู้จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ทรงพระราชทานคำสอนไว้ให้
ม.ล.ปนัดดา กล่าวอีกว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีความอ่อนน้อมถ่อมตนซึ่งทรงมีแบบอย่างที่ดีมาจากสมเด็จย่าซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงงานหนักและสามารถทำให้ต่างประเทศยอมรับและลบภาพลักษณ์ที่ไม่ดีที่มีต่อประเทศไทยไปจนหมดสิ้นจนมาถึงทุกวันนี้
“ พระบาทสมเด็ดพระปรมินมหาธาราภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวที่ทรงเป็นที่รักและห่วงแหนของพระองค์ ดังนั้นเราทุกคนต้องช่วยกันนำพาประเทศไทยเดินไปข้างหน้าใต้ร่มพระบารมีเพื่อให้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ทรงสถิตสถาพรตลอดไป” ม.ล.ปนัดดา กล่าว




