วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งสาวที่มาเงิน6ล.โยงลัมโบร์กินี ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’

"ปส." เตรียมถก "ปปง.-ปปส." คุ้ยเส้นทางเงิน “เบนซ์ เรซซิ่ง” สงสัยยืมเงิน 6 ล้านซื้อลัมโบร์กินี-ไล่เช็กวงจรปิดใครขับรถหรูไปจอดซุกคาร์แคร์

จากกรณีตำรวจขยายผลตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติด นายไซซะนะ แก้วพิมพา หลายจุด รวมทั้งอู่แต่งรถบิ๊กไบค์แอเรีย 51 ย่านอินทามระ ของนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง นักแข่งรถจักรยานยนต์ ว่าอาจพัวพันการฟอกเงิน และต่อมายังได้ยึดรถยนต์หรู ยี่ห้อลัมโบร์กินี กัลลาโด มูลค่ากว่า 20 ล้านบาทของนายอัครกิตติ์ เพื่อตรวจสอบ และมีการสอบข้อมูลในเบื้องต้นไปแล้ว นั้น

วานนี้ (4 ก.พ.) พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(รอง ผบช.ปส.) เปิดเผยว่านายอัครกิตติ์ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานในส่วนที่เหลือเพื่อเข้ามาชี้แจงเพิ่มเติม

นอกจากนี้ บช.ปส.ได้ประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เพื่อขอตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเงิน โดยเฉพาะประเด็นเงิน 6 ล้านบาทที่ใช้ดาวน์รถ ที่นายอัครกิตติ์ อ้างว่าขอยืมจาก นายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย เครือข่ายค้ายาเสพติดของนายไซซะนะ ที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่ามีการยืมเงินจริงหรือไม่ เงินที่มีที่มาอย่างไร หรือเป็นตัวแทนในการซื้อรถลัมโบร์กินีหรือไม่

ส่วนประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ของ นายอัครกิตติ์ และ นายณัฐพล ที่เกิดจากความชื่นชอบการแต่งรถ เหมือนกันมองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ที่เกิดข้อสงสัยคือการยืมเงิน 6 ล้านบาท โดยไม่มีหลักประกัน แตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่ นายณัฐพล เคยยืมเงิน 5 แสนบาท จากนายอัครกิตติ์ โดยให้ทะเบียนรถ หรือคู่มือรถ รถโฟลค์ สีขาว ทะเบียน กจ 51 ไว้ และต่อมายังมีประเด็นสงสัยเรื่องที่นายอัครกิตติ์ ได้โอนกรรมสิทธิ์รถโฟลค์ ที่มีราคาหลักล้านบาท โดยสูงเกินกว่าเงินที่ยืม ซึ่งนายอัครกิตติ์ ยังไม่ได้ตอบรายละเอียดในเรื่องนี้

ทั้งนี้ ระหว่างการซักถามยังมีอีกหลายประเด็นที่พนักงานสอบสวนเกิดข้อสงสัย เช่น กรณีการถอนเงินสดธนาคารทยอยใช้หนี้ให้กับนายณัฐพล ที่อ้างว่าถอนเงินครั้งแรก 1.9 ล้านบาท ซึ่งนายอัครกิตติ์ทราบดีว่าอยู่ในข่ายเป็นธุรกรรมต้องสงสัย รวมถึงประเด็นอื่นๆ แต่เนื่องจากนายอัครกิตติ์ ไม่ใช่ผู้ต้องหาในคดีนี้ จึงเป็นเพียงการซักถามในหลายประเด็น เพื่อรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด

“แม้เจ้าหน้าที่จะยังไม่แจ้งข้อหากับนายอัครกิตติ์ หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง แต่หลังสอบถามเกี่ยวกับที่มาของรถลัมโบร์กินี เชื่อว่ายังปกปิดข้อมูลบางอย่าง เพราะคืนที่ได้สอบปากคำ การให้การบางประเด็นยังไม่ชัดเจน และบางประเด็นยังไม่สอดคล้องกับข้อมูลตำรวจ"

ด้าน พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผบช.ปส.เปิดเผยว่า ในส่วนของรถลัมโบร์กินี ที่ถูกตรวจสอบพบว่านำไปจอดทิ้งไว้บริเวณคาร์แคร์ ย่านรามอินทรานั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหาพยานหลักฐาน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่า ใครเป็นผู้นำไปจอดทิ้งไว้ และจอดในช่วงเวลาใด เช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ สีส้ม ยี่ห้อเคทีเอ็ม ที่นำมาจอดไว้บริเวณกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบเช่นกัน ส่วนกรณีนายอู๋ ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย เนื่องจากพบว่ามีความสนิทกับนายณัฐพล และนายอัครกิตต์ นั้น ได้เชิญตัวมาสอบปากคำแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดรายละเอียดได้

นอกจากนี้ จะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงพานิชย์ เกี่ยวกับการชี้แจงหลักฐานของรถ ว่าตรงกับคำให้การของนายอัครกิตติ์ หรือไม่ และจะประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ป.ป.ส. และ ป.ป.ง. ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 6 ก.พ. เป็นต้นไป เพื่อหาข้อสรุปความเชื่อมโยงเครือข่ายยาเสพติดของนายไซซะนะ