วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รุมค้านข้อเสนอ 'คลัง' ลดโทษอาญาผู้ให้สินบน

รุมค้านข้อเสนอคลังลดโทษอาญาคนให้สินบน “นักวิชาการ” ไม่เชื่อแก้ทุจริตได้ ด้าน "เครือข่ายคอร์รัปชัน" เร่งศึกษาข้อดี-ข้อเสียพร้อมประกาศจุดยืน

จากกรณีกระทรวงการคลัง เตรียมเสนอแก้ไขกฎหมายอาญาว่าด้วยการคอร์รัปชันผ่อนปรนบทลงโทษ "ผู้ให้สินบน" เพื่อจูงใจให้เปิดเผยข้อมูลเพื่อเอาผิดกับผู้ที่คอร์รัปชันได้โดยตรง เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) เร็วๆ นี้ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่าอาจมีการใช้มาตรา 44 ในระหว่างรอกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ด้วยนั้น

นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า หากจะแก้ปัญหาเรื่องสินบน ควรจะให้หลายหน่วยงานเข้ามาช่วยกันตรวจสอบและลงมือ ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาถึงค่อยลงมือทำ ดังนั้น หากจะตรวจสอบแบบเชิงรุก จะต้องไม่รอให้เกิดเหตุการณ์

อย่างบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) มีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ดูแลโดยตรง ต้องให้เข้ามาช่วย และให้หน่วยงานอื่นๆเข้าไปช่วยในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายด้วย เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)

ทีมตรวจสอบต้องมีความรู้บัญชี

รวมทั้งอาจให้แนวทางต่างประเทศที่เป็นความรู้ใหม่ คือ“บัญชีนิติเวช” เนื่องจากเจ้าหน้าที่ใน ป.ป.ช. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) ดีเอสไอ มีแต่คนที่เรียนจบกฎหมายเท่านั้น ทำให้รู้และทำได้เฉพาะแต่เรื่องกฎหมาย ไม่สามารถตรวจสอบอย่างที่ต่างประเทศทำได้ ดังนั้น หากจะตรวจสอบแบบต่างประเทศทำ จะต้องรับคนที่จบบัญชีเข้ามาอบรมในเรื่องบัญชีนิติเวช ถึงจะแก้ปัญหาระยะยาวได้

ส่วนข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ระบุว่าใครที่รับสินบนและสารภาพ ก็จะลดโทษให้ด้วยการจ่ายค่าปรับแทนนั้น มองว่าเป็นการแก้คอร์รัปชันที่ไม่ได้ผล และเป็นเพียงมาตรการจูงใจมากกว่า เพราะคนส่วนใหญ่ไม่มีใครกล้ารับสารภาพ แต่ถ้าจะให้รับสารภาพ ต้องใช้ระบบบัญชีนิติเวช ให้ยอมจำนน

"ประมนต์" เล็งประกาศจัดยืนคัดค้าน

ด้านนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน กล่าวว่าไม่เห็นด้วยกับการไม่ลงโทษอาญาผู้ให้สินบน โดยให้จ่ายเงินแทนและทำทัณฑ์บนไว้ โดยกำลังให้คณะทำงานฯ ศึกษารวบรวมข้อเสนอ ข้อดี-ข้อเสนอเสียในเรื่องดังกล่าว และจะแถลงจุดยืนเกี่ยวกับข้อเสนอของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในต้นสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ เราสนับสนุนการกำหนดให้รัฐและรัฐวิสาหกิจนำสัญญาคุณธรรมและระบบตรวจสอบความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ ใส่ไว้ในการจัดซื้อจัดจ้างและการประมูล ของการแก้ไข พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กำลังพิจารณาอยู่

แนะใช้ช่องทางอื่นขอความร่วมมือ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าตนต้องการให้มีการศึกษาให้รอบคอบ เพราะมีเหตุผลสองทาง โดยทางแรกน่าเป็นห่วงว่าในเมื่อเป็นความผิด จะเป็นเรื่องยากที่จะได้พยานหลักฐาน เพราะคนที่ให้สินบนก็คือผู้กระทำผิดด้วย แต่อีกทางหนึ่งหากปราศจากความผิด จะเป็นการส่งสัญญาณที่ไม่ดี เท่ากับว่าการจ่ายสินบนไม่ใช่ความผิด

ทั้งนี้อยากให้ดูทางเลือกที่มีความพอดี อย่างเช่นกฎหมายเลือกตั้งก็จะมีการพูดถึงคนซื้อคนขาย สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่าผิดทั้งคู่ แต่เปิดโอกาสกรณีผู้ที่ขายเสียงมาแจ้งเจ้าหน้าที่ย้อนหลังภายในเวลาที่กำหนดก็จะมีการยกเว้นหรือลดหย่อนผ่อนโทษให้ จึงต้องการให้รูปแบบคล้ายคลึงกัน เพื่อยืนยันว่าการให้สินบนก็เป็นความผิด เพียงแต่ต้องมีมาตรการหรือช่องทางที่จะทำให้ผู้ที่จ่ายสินบนร่วมมือในการสืบสวนเอาผิดคนรับสินบน

"ส่วนตัวมองว่าปัญหาใหญ่ในประเทศคือการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเช่นเรื่องที่ตรวจสอบการทุจริตติดสินบนพนักงาน เจ้าหน้าที่รัฐ และนักการเมือง ที่เกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องยนต์ของบริษัทโรลส์-รอยซ์ ของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่เป็นปัญหาใหญ่อยู่ในขณะนี้ว่าข้อมูลส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ แต่ในประเทศไทยกลับไม่มีการรับรู้มาก่อน เพราะฉะนั้นภาครัฐควรปรับปรุงด้านนี้ให้มากขึ้น" 

ใช้กฎหมายปกติที่มีอยู่ก็เพียงพอ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสินบนโรลส์รอยซ์ว่า ขณะนี้การตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร จึงขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเข้มงวด ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรณธะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็ไม่ได้มีการประชุม เพื่อหาข้อสรุป ซึ่งการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ควรแตะปล่อยแล้ววาง สร้างภาพว่าปราบโกง

รวมทั้งแนวคิดที่กระทรวงการคลังเสนอก็อยู่ในกฎหมายป.ป.ช.อยู่แล้ว ควรใช้กฎหมายปัจจุบันไปดำเนินการ และไม่ได้หนุนให้ใช้มาตรา 44 เพราะควรให้อำนาจตามช่องทางที่มีอยู่

ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญ กล่าวว่าการแก้ไขกฎหมายไม่เอาผิดทางอาญากับผู้ที่ให้สินบนนั้น แม้จะเป็นเจตนารมณ์ที่ดี แต่เนื่องจากระบบอุปถัมภ์ของประเทศไทยนั้นมีมากเกินความสมควร อาจจะไปเอื้อประโยชน์ให้กับข้าราชการ นักการเมือง รวมทั้งผู้ประกอบการหรือเอกชนที่มีพฤติการณ์ทุจริต คอร์รัปชันได้ใช้ประโยชน์มากขึ้น โดยไม่ยำแกร่งต่อกฎหมาย ฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเหมือนดาบสองคม จึงคิดว่าไม่เหมาะสม และกฎหมายที่ใช้ในปัจจุบันก็ดีอยู่แล้ว