สปท.ลดวันประชุม ลือหึ่งใกล้หมดวาระไม่มีงานทำ แจงต้องการให้ กมธ.ได้เร่งทำงาน ก่อนหมดวาระ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการตรวจสอบข้อมูลการประชุมของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศพบว่า ตั้งแต่เดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา พวกเขาลดวันประชุมเหลือเพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น จากเดิมที่กำหนดว่าให้ประชุมสัปดาห์ละสองครั้ง กล่าวคือวันจันทร์ และ วันอังคารของทุกสัปดาห์
นอกจากนี้ยังมีการงดประชุมทั้งในวันที่เป็นวันหยุดราชการและวันที่ไม่ได้เป็นวันหยุด โดยในเดือน ม.ค 2560 นี้ มีการประชุมไปเพียง 4 ครั้ง คือวันที่ 9 ม.ค. , วันที่ 16 ม.ค. , วันที่ 23 ม.ค. และวันที่ 30 ม.ค.
ขณะที่มีหนังสือสั่งงดประชุมถึง 6 ครั้งประกอบด้วย สองครั้งแรก เป็นการหยุดช่วงปีใหม่และวันหยุดชดเชยคือ วันที่ 2 และ 3 ม.ค. 2560 จากนั้นก็มีหนังสือสั่งงดประชุมในวันที่ 10 ม.ค. ,17 ม.ค. ,วันที่ 24 ม.ค. และ วันที่ 31 ม.ค. โดยให้เหตุผลว่า “เพื่อให้สมาชิกได้ไปปฏิบัติหน้าที่กรรมาธิการได้อย่างเต็มที่”
ยิ่งหากย้อนกลับไปดู ในเดือน ธ.ค. 2559 ก็จะเห็นว่า เริ่มมีการงดประชุมจนเหลือสัปดาห์ละหนึ่งวันในทุกสัปดาห์ กล่าวคือ มีการประชุมในวันที่ 6 ธ.ค. , วันที่ 13 ธ.ค. , วันที่ 20 ธ.ค. และ วันที่ 27 ธ.ค.
โดยมีการงบประชุมถึง 4 ครั้ง กล่าวคือ วันที่ 5 ธ.ค. และ 12 ธ.ค. ที่เป็นวันหยุดราชการ และมีการงดประชุมเพิ่มในวันที่ 19 ธ.ค. และวันที่ 26 ธ.ค. ทั้งๆที่เป็นวันทำงานตามปกติ
จึงสรุปได้ว่าตลอดสองเดือนที่ผ่านมา มีการประชุม สปท. เพียง 8 ครั้ง และมีการงดประชุมในวันที่ที่มิใช่วันหยุดราชการถึง 6 ครั้งด้วยกัน โดยทั้งหมดให้เหตุผลตรงกันว่า ""เพื่อให้สมาชิกได้ไปปฏิบัติหน้าที่กรรมาธิการได้อย่างเต็มที่"
ทำให้เกิดคำถามและข้อครหาที่ว่า ขณะนี้ สปท. อยู่ในช่วงท้ายของการทำงานแล้ว เพราะตามรัฐธรรมนูญใหม่พวกเขาจะมีอายุเหลือเพียง 4 เดือนหลังรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ ทำให้ไม่มีงานทำใช่หรือไม่
โดยแหล่งข่าวผู้หนึ่งระบุว่า ที่ สปท. ต้องงดประชุมและลดวันประชุมก็เนื่องจากขณะนี้ งานที่เหลือในมือมีอยู่ค่อนข้างน้อยแล้ว ซึ่งหากประชุมแบบเดิมก็จะทำให้ไม่มีวาระและจะทำให้คนทั่วไปทราบว่า สปท. แทบไม่มีงานทำแล้ว
อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวอีกผู้หนึ่งระบุว่า เวลานี้สปท.ก็ยังทำงานกันอยู่ เพียงแต่รายงานต่างๆ ยังไม่ค่อยเข้าสู่ที่ประชุมวิป เมื่อไม่มีเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมวิป ก็หมายความว่าไม่มีเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ด้วย จึงไม่มีความจำเป็นต้องประชุมกันหลายวัน ทั้งนี้ ที่ประชุมใหญ่จึงอยากให้เวลากับกรรมาธิการฯ ทุกคณะเร่งทำงานให้เสร็จโดยเร็ว จะได้นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ต่อไป เพราะเวลานี้เวลาของสปท.เหลือน้อยแล้ว จึงอยากให้กรรมาธิการฯ เร่งมือ
นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสปท. กล่าวว่า ตลอดปีเศษที่ผ่านมา สปท.ได้ผลิตข้อเสนอและกฎหมายเพื่อการปฏิรูปประเทศถึง 142 เรื่อง มีทั้งที่ภาครัฐนำไปขับเคลื่อนและที่สภานิติบัญญัติเห็นชอบเป็นกฎหมาย ทั้งนี้ เวลาที่เหลือจากนี้เป็นการทำงานของคณะกรรมาธิการฯ เพื่อผลิตแผนปฏิรูปที่ได้มีการจัดอันดับใหม่ทั้ง 2 ดาว 3 ดาว และ 1 ดาว รวมทั้งกฎหมายที่จำเป็นต่อการปฏิรูปแต่ยังไม่ได้มีการยกร่างเป็นกฎหมายด้วย ทั้งที่เป็นข้อเสนอเดิมของสปช.และที่เป็นการริเริ่มใหม่ของสปท.
นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้เป็นช่วงของการขับเคลื่อนในระยะที่ 2 ซึ่งทำให้การผลิตแผนปฏิรูปต่างๆ นั้นอาจจะต่างจากในช่วงแรกๆ โดยเปลี่ยนมาเน้นการทำงานในคณะกรรมาธิการฯ แทน นอกจากนี้ กรรมาธิการฯ ยังต้องประชุมร่วมกับกรรมาธิการฯ ของสนช.ในข้อริเริ่มการปฏิรูปที่จำเป็นต้องจัดทำเป็นร่างกฎหมายด้วย ทั้งในรูปของอนุกรรมาธิการฯ ร่วม และการหารือกันระหว่างกรรมาธิการฯ กับกรรมาธิการฯ
ขณะที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ กล่าวชี้แจงว่า งานของสปท.มีอยู่เยอะ แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างกำลังศึกษาเป็นส่วนใหญ่ ถ้าอันไหนเสร็จก็เอาเข้าที่ประชุมสปท. ถ้ามีหลายฉบับต้องพิจารณาก็ประชุมกัน 2 วัน แต่ช่วงนี้มีเข้ามาเพียงฉบับเดียวก็เลยเอาเข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณากันแค่วันเดียว แต่จริงๆ แล้วในกรรมาธิการฯ เขาก็ทำงานกันอยู่ ทุกคณะต่างก็รีบสรุปปิดรายงานกันทั้งนั้น ซึ่งไม่ใช่หมายความว่าสปท.ประชุมกันเพียงแค่วันเดียวเพราะไม่มีงานทำ ยิ่งช่วงนี้สปท.เวลาเหลือน้อยแล้ว ก็ต้องให้เวลากับกรรมาธิการฯ แต่ละคณะให้มากหน่อย เพราะถ้าคณะไหนสรุปรายงานไม่เสร็จก็จะกลายเป็นเรื่องค้างจนหมดวาระไปได้ ทั้งนี้ งานของสปท.นั้นไม่ใช่แค่การประชุมสภาอย่างเดียวเท่านั้น แต่งานของสปท.ก็คืองานที่อยู่ในกรรมาธิการฯ คณะต่างๆ ด้วย
ทั้งนี้กรรมาธิการของ สปท. มีทั้งสิ้น 15 คณะ แบ่งเป็น กรรมาธิการสามัญ 12 คณะประกอบด้วย คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง , คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ,คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม , คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น ,คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา , คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ , คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน , คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ,คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน ,คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ,คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรม และจริยธรรม และ คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. .... และคณะกรรมาธิการวิสามัญ 3 คณะ ประกอบด้วย คณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนน ,คณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และ คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ





