วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บิ๊กป้อม'ลั่นไม่ปลดล็อคพรรคการเมืองคุยปรองดอง

"พล.อ.ประวิตร" ลั่นไม่ปลดล็อคพรรคการเมืองคุยปรองดองหวั่นบานปลาย ถามกลับหากปลดล็อคแล้วขัดแย้งสื่อจะรับผิดชอบหรือไม่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการประชุมเวิร์คช็อปของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศนุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ในวันที่ 1 ก.พ.นี้ ว่า จะเป็นการหารือเกี่ยวกับการปฏิรูปเพื่อดูว่าที่ผ่านมารัฐบาลทำอะไรไปบ้างแล้ว เพราะทำแล้วหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นความมั่นคง การปฏิรูปตำรวจ กระทรวงกลาโหม ด้านสังคมการศึกษา เป็นต้น ขณะที่นายกรัฐมนตรีก็อยากรู้ว่าเราดำเนินการอะไรไปบ้างแล้วที่ผ่านมาต่างคนต่างทำ คราวนี้จะได้รู้ว่าใครทำอะไรไปแค่ไหน เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในช่วงแรกให้ได้จะได้รู้ว่าช่วงแรกเราทำอะไรไปบ้างแล้ว และจะได้ส่งต่อให้รัฐบาลต่อไปดำเนินการให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ 20 ปี

เมื่อถามว่านายกฯมีการปรับเพิ่มคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการสร้างความสามัคคีปรองดอง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทั้งหมดอยู่ในคณะใหญ่ของตนว่าควรจะมีเรื่องอะไรบ้างซึ่งตนก็คิดไว้อยู่แล้วและแผนที่ชัดเจนคงออกมาในวันนี้ (31ม.ค.) คงต้องไปดูว่าจะลงนามอย่างไรก่อนแต่จะเดินหน้าเชิญผู้เกี่ยวข้องมาพูดคุยก่อนขอยืนยันการรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ จะเสร็จภายใน 3 เดือน

เมื่อถามว่าการที่ นพ.ประเวศ วะสี และ นายคณิต ณ นคร มาเป็นที่ปรึกษาจะให้ดูแลในส่วนไหน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะมาดูในส่วนอำนวยการและรับฟังความคิดเห็นด้วยซึ่งได้มีการนำแนวทางปรองดองของทั้ง 2 มาดูในเบื้องต้นซึ่งเห็นด้วยทุกเรื่อง ยกเว้นอย่างเดียวคือ การนิรโทษกรรมอภัยโทษและกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น

เมื่อถามว่าฝ่ายการเมืองออกมาระบุยังไม่เห็นตัวคณะกรรมการทำเรื่องปรองดองจึงยังไม่ตัดสินใจเข้าร่วมหรือไม่ พล.อ.ประวิต รกล่าวว่า ขณะนี้เรายังไม่ได้เชิญฝ่ายการเมืองคณะกรรมการ เดี๋ยวก็เห็น ขณะนี้ยังไม่ได้ทาบทามพรรคการเมืองและเขาไม่ต้องตัดสินใจอะไรตนอยากให้ทุกพรรคการเมืองเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าจะเอาอะไรบ้างซึ่งจะเชิญพรรคการเมืองประมาณพรรคละ 10 กว่าคน

เมื่อถามย้ำว่าจะมีการปลดล็อคพรรคการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ต้องปลดตอนนี้เขาคงหารือกันอยู่แล้วหากเขาไปประชุมกันที่นครพนม สื่อจะตามไปหรือไม่ หากปลดล็อคแล้วมีการประชุมในที่ต่างๆใครจะเป็นคนไปดูแล หากเขาไม่หารือเฉพาะในเรื่องปรองดองไปทำเรื่องอื่นๆ สื่อจะรับผิดชอบหรือไม่ล่ะ ไม่ต้องปลดหากปลดแล้วมีความขัดแย้งต่อไปจะปลดทำไม ผมเพียงแค่คิดอะไรที่ทำให้ทำงานลำบากก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น