"ราเมศ" ชี้ข้อเสนอแนวทางปรองดองของพรรคเพื่อไทย ให้ข้อมูลเป็นเท็จ-บิดเบือนความจริง-เอาดีเข้าตัว หวังนิรโทษกรรม
นายราเมศ รัตนเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอแนวทางปรองดองของพรรคเพื่อไทย ที่ส่งให้คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา รวบรวมความเห็น วิเคราะห์ และสังเคราะห์ประเด็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองทางการเมือง ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ ด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า เป็นการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ บิดเบือนจากความจริง เอาดีใส่ตัว จึงเรียกร้องว่าก่อนที่จะมีการปรองดอง ขอให้ คสช. อธิบายเหตุการณ์ก่อนการยึดอำนาจว่าเกิดอะไรขึ้นในฐานะที่ยึดอำนาจจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ให้ระบุว่ารัฐบาลในขณะนั้นบริหารราชการแผ่นดินอย่างไรบ้าง เพราะเป็นรัฐบาลที่บริหารแผ่นดินแบบเลวร้ายที่สุด ทุจริตหลายโครงการ ใช้เสียงข้างมากพยายามออกกฎหมายกู้เงินสองล้านล้านบาท และกฎหมายนิรโทษกรรม พยายามแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้พวกพ้องของตัวเองได้ประโยชน์ มีการละเมิดกฎหมายบ้านเมือง จนนำมาสู่การยึดอำนาจ ทาง คสช. จะต้องอธิบายให้ชัดเจนไม่เช่นนั้นประชาชนจะลืข้อเท็จจริง
“การที่พรรคเพื่อไทยอ้างว่าความขัดแย้งเกิดจากฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถต่อสู้ทางการเมืองในระบบรัฐสภาได้ เป็นการพูดไม่หมดเพราะเสียงข้างมากที่ได้มามีการย่ำยีระบอบประชาธิปไตยทั้งการออกกฎหมายและแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิ่งเหล่านี้มีในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วย ที่ผ่านมาไม่มีใครอิจฉาที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล แต่ที่คนรับไม่ได้เพราะมีพฤติกรรมประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงและยังไม่ยอมรับอำนาจตุลาการด้วย ส่วนที่บอกว่ามีการใช้กระบวนการยุติธรรมแบบสองมาตรฐานนั้น จริง ๆ แล้วอำนาจตุลาการวินิจฉัยคดีอย่างตรงไปตรงมา หากรัฐบาลไม่ได้กระทำผิดไม่สามารถสร้างเรื่องเท็จให้เกิดการตรวจสอบได้ ตนขอฝากไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ดำเนินคดีกับพรรคเพื่อไทยเพราะมีการกล่าวหาว่าศาลรัฐธรรมนูญถูกใช้เป็นเครื่องมือในการล้มการเลือกตั้ง ซึ่งสำนักงานเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญต้องดำเนินคดีเรื่องนี้เพราะเป็นการหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญที่ทำให้เกิดความเสียหายมาก” รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
ทั้งนี้ ข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยจึงใช้การไม่ได้ บิดเบือนความจริง ตนคิดว่าพรรคเพื่อไทยมองไปข้างหน้าแล้วว่าปรองดองครั้งนี้ต้องมีนิรโทษกรรม เริ่มจากการกล่าวหาว่ากระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐาน หากเริ่มต้นอย่างนี้แล้ว สปท. นำข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยเข้าสู่กระบวนการรวบรวมข้อมูลเรื่องปรองดอง ก็อยากให้หยุดและยุบคณะอนุกรรมการที่ตั้งขึ้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฎิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) เพียงองค์กรเดียว โดยขอให้ยึดหลักกฎหมาย เพราะไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใดหากมีความพยายามที่จะนิรโทษกรรมย่อมเกิดปัญหาไม่มีที่สิ้นสุด





