"สุรชัย" เต้นสหรัฐปูดไทยรับสินบนโครงการติดตั้งซีซีทีวีรัฐสภาปี 49 สั่งสอบหาผู้กระทำผิด ยันคดีทุจริตไม่มีอายุความ "ทอท." คาด15 วันรู้ผลสินบน
หลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) สหรัฐ ได้ดำเนินคดีต่อบริษัทไทโค อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทโค) และหน่วยงานในเครือ ฐานละเมิดกฎหมายต่อต้านการคอร์รัปชันในต่างประเทศ ด้วยยอดปรับ และบทลงโทษต่างๆ ซึ่งกลต.สหรัฐ ประเมินมูลค่าไว้ราว 26.8 ล้านดอลลาร์ ส่วนกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ชี้ว่าประมาณ 13.7 ล้านดอลลาร์ในส่วนของไทยถูกระบุว่ามีการจ่ายสินบนแลกกับการได้มาซื้องานอยู่ 2 หน่วยงานของโครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี)ในรัฐสภา และโครงการในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
‘สุรชัย’เรียกสอบสินบนซีซีทีวี
เรื่องดังกล่าวนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)คนที่หนึ่ง กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่เกิดขึ้นปี2549 อยู่ในความรับผิดชอบของสภาผู้แทนราษฎร ได้สั่งให้เรียกประชุมคณะกรรมการด้านอาคารและระบบความปลอดภัย เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ก่อนจะมีมติเรื่องนี้ต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร จากนั้นก็จะรายงานให้กับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.รับทราบ
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารชุดปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะกระทบกับภาพลักษณ์ของรัฐสภาต้องทำให้มีความชัดเจน เพราะเกี่ยวข้องกับการทุจริตต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป”
แม้ว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องจะออกจากราชการไปแล้ว แต่คดีทุจริตไม่มีอายุความ แต่โทษทางวินัยอาจจะมีปัญหาเพราะถ้าผู้เกี่ยวข้องเกษียณอายุราชการก็ไม่สามารถเอาผิดทางวินัยได้ แต่ถ้ารับราชการอยู่สามารถเอาความผิดได้ ทั้งนี้ขอดูรายละเอียดว่าใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง
เลขาสภาฯสั่งสำนักงบฯหาข้อมูล
ด้านนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการรัฐสภา กล่าวว่าได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งหาข้อมูลโดยเร็ว โดยตนได้กำชับไปยังสำนักการคลังและงบประมาณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งเพื่อรวบรวมข้อมูลว่างบประมาณดังกล่าว มีการเบิกจ่ายไปในช่วงใด เพื่อรายงานต่อนายพรเพชร สั่งให้ดำเนินการต่อไป โดยในเบื้องต้นจะเป็นการตรวจสอบภายในก่อน แต่หากจำเป็นต้องขอข้อมูลจากสหรัฐฯ ก็พร้อมที่จะประสาน
“ยืนยันว่าแม้เรื่องจะเกิดมานาน 10 ปีแล้ว แต่หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็ต้องตั้งคณะกรรมการสอบเช่นเดียวกับกรณีสินบนโรลส์-รอยซ์ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) และบริษัทการบินไทย แต่จะแตกต่างตรงที่คดีจัดซื้อกล้องซีซีทีวีของสภาฯ จะไม่มีอายุความเพราะเป็นเรื่องของการใช้งบประมาณแผ่นดิน สามารถเอาผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องย้อนหลังได้ แม้ว่าปัจจุบันจะพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว” นายสรศักดิ์ กล่าว
ทอท.เต้นขอ15วันสอบข้อเท็จจริง
นายประสงค์ พูนธเนศ ประธานกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.กล่าวถึงกรณีที่บริษัท ไทโค อินเตอร์ แนชั่นแนล มีการจ่ายสินบนในโครงการเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระหว่างปี 2547-2548 ส่งผลให้บริษัทได้กำไรมูลค่า 8.8 แสนดอลลาร์ว่าทอท. ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เพื่อให้เกิดความชัดเจนและคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 15 วัน โดยจะรายงานผลในการประชุมบอร์ดครั้งต่อไปในช่วงปลายเดือน ก.พ.นี้ถ้าหากคณะกรรมการฯ สรุปว่ากรณีนี้ไม่เกี่ยวกับภาครัฐหรือ ทอท. ก็จะยุติการดำเนินการ เพราะไม่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบในภาคเอกชน
ย้ำสัญญาเอกชนกับเอกชน
ต้องเข้าใจก่อนว่า เรื่องดังกล่าวเป็นสัญญาระหว่างเอกชนกับเอกชนในช่วงก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คือ บริษัท ไทโค อินเตอร์เนชั่นแนล และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือITD ผู้รับเหมาก่อสร้างพร้อมติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยาน โดยบริษัท ไทโค ไม่ได้มีสัญญาใดๆ กับ ทอท. แต่เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ ทอท. จึงรับมอบและเข้าบริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิช่วงปลายปี 2548
‘วิลาศ’ชี้ต้องยอมรับทุจริตเพิ่มขึ้น
นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าได้รับฟังข้อมูลจากนายสรศักดิ์แล้ว จากนี้คงจะติดตามตรวจสอบข้อมูลว่า เกิดขึ้นปีไหน มีการจัดซื้อจัดจ้างซีซีทีวีกี่ตัว ซึ่ง จะติดตามผลการสอบสวนของสนช.เมื่อได้ช่วงเวลาและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง
นอกจากนี้ กรณีที่องค์กรการตรวจสอบความโปร่งใสนานาชาติ ประกาศผลความโปร่งใสของการบริหารประจำปี 2559 พบว่าไทย ได้ลำดับที่ลดลงจากลำดับที่ 76 ในปี 2558 มาเป็นลำดับที่ 101 ในปี 2559 เราควรยอมรับความจริงว่าตลอดปีที่ผ่านมา ยังมีการทุจริตในประเทศไทยและมีปริมาณเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะหาทางแก้ไขให้ถูกจุดประกอบกับช่วงนี้ มีกรณีสินบนข้ามชาติของบริษัทโรลล์รอยซ์ ที่จ่ายสินบนให้กับรัฐวิสาหกิจไทยหลายแห่ง ทั้งที่วงเงินทุจริตมีเพียงไม่กี่พันล้านบาท แต่สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อประเทศไทยมหาศาล
นายกฯจี้ปลัดระมัดระวังจัดซื้อ
ขณะที่นายอําพน กิตติอําพน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการสำนักบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (พีเอ็มดียู)กล่าวว่าระหว่างการประชุม คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) วานนี้(30 ม.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้ผู้บริหารกระทรวง และหน่วยงานราชการในระดับปลัดกระทรวงทุกกระทรวง เร่งทำความเข้าใจการสร้างความโปร่งใส และป้องกันการทุจริตในหน่วยงานของตน
ปัจจุบันมีกฎหมาย กลไก และหน่วยงานในการตรวจสอบการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐจำนวนมากอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องออกกฎหมายใดๆเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการทุจริต แต่เป็นเรื่องที่ต้องสร้างความเข้าใจให้ถูกต้องถึงสิ่งที่รัฐบาลได้ทำไปแล้ว
“นายกฯสั่งปลัดกระทรวงฯให้ไปสร้างความเข้าใจ ให้ใช้ความระมัดระวังการจัดซื้อจัดจ้าง ทำให้ถูกต้องตามขั้นตอนที่มีอยู่” นายอำพน กล่าว





