วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สังศิต' ชี้สินบนโรลส์รอยซ์ เป็นการฟอกเงินระดับประเทศ

"คณบดีฯสังศิต" ชี้แก้ปัญหาสินบนโรลส์รอยซ์ ไม่เป็กเอกภาพ ซัดเป็นการฟอกเงินระดับประเทศไม่ใช่แค่คอรัปชั่นทั่วไป แนะนายกฯใช้ม.44 แก้ปญหา

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน กกต. ว่า เมื่อเวลา 09.00 น. สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง(พตส.8) จัดอภิปรายเรื่อง“คอร์รัปชั่นกับปัญหาในการพัฒนาประเทศ”โดยมีวิทยากรประกอบด้วยนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สปท. และคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต นายมณเฑียร เจริญผล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และนายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

โดยนายเจน กล่าวว่า ช่วงทศวรรษที่ผ่านมามีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาคอรัปชั่น ทำให้การทำธุรกิจมีความเจริญก้าวหน้ามีประสิทธิภาพมากขึ้นการคอรัปชั่นจึงไม่น่าจะเป็นสิ่งที่เราต้องจำทนควรจะสามารถปรับแก้มุ่งไปสู่อนาคตได้สังคมต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างมีเหตุผลและพอประมาณตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีการแบ่งแยกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์ส่วนรวมเพราะชาติต้องมาก่อนจึงต้องมีภูมิคุ้มกันป้องกันการทุจริต

“ถามว่าระหว่างคนรับคนให้ใครผิดสำหรับภาคเอกชนคนให้มีความต้องการให้งานเสร็จความได้เปรียบคู่แข่งถ้าไม่ให้ธุรกิจเขาจะอยู่ได้หรือไม่หรือถ้าไม่ให้แล้วธุรกิจเขาเจ๊งแล้วค่อยมาดูว่าถ้าไม่รับฝ่ายราชการอยู่ได้หรือไม่ ประเด็นสำคัญคือ การลงโทษและการบังคับใช้กฎหมายถามว่ามีการเอาผิดได้กี่เปอร์เซ็นต์มีการเกิด 2 หรือหลายมาตรฐานหรือไม่ในต่างประเทศฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวันเขาเน้นเรื่องของความเป็นมาตรฐานทำให้เขาสามารถหลุดพ้นจากวงจรการคอรัปชั่นบ้านเราศึกษาเรื่องนี้มากแต่ศึกษาแล้วสามารถเอามาใช้ได้หรือไม่ ” นายเจน กล่าว

ด้านนายมณเฑียร กล่าวว่า ทุกประเทศมีรั้วป้องกันแต่สุดท้ายกลับไม่อาจป้องกันคนทำผิดคิดร้ายได้อย่างที่คิดเปรียบกำแพงเมืองจีนสร้างเพื่อป้องกันมองโกลแต่สุดท้ายมองโกลกลับเข้าทางประตูได้ทุกครั้งการป้องกันทุจริตคอรัปชั่นต้องให้ความสำคัญกับหน่วยงานต้นน้ำซึ่ง สตง. เป็นหน่วยงานต้นน้ำที่จะส่งต่อไปยัง ป.ป.ช. ไปศาลอย่างไรก็ตามโครงสร้างขององค์การตรวจเงินแผ่นดินไม่เหมือนที่อื่นเรามีผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินโดยไม่มีเลขาธิการเพราะตัวผู้ว่า สตง. มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบต่างจากองค์กรอิสระอื่นในฐานะต้นน้ำในการตรวจแล้วให้หน่วยงานอื่นวินิจฉัย


ขณะที่นายสังศิต กล่าวว่า สถานการณ์โลกไปไกลกว่าหัวข้อคอรัปชั่นมีผลต่อการพัฒนาประเทศอย่างไรเนื่องจากคอรัปชั่นเปลี่ยนแปลงความหมายในตัวเองไปตลอดเวลาเพราะนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐมีการเปลี่ยนรูปแบบตลอดจนนิยามการคอรัปชั่นของยูเอ็นก็ยังต้องเปลี่ยนของไทยก็พยายามเปลี่ยนมาตรการรับมือแต่ไม่ทันเพราะยังมีคนค้าน พ.ร.บ.ผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่ขณะที่โลกก้าวไปอีกก้าวไปถึงเรื่องการฟอกเงินเขามองว่าเงินสกปรกที่ได้มาหากเข้ามาหมุนในระบบเศรษฐกิจจะถือเป็นการฟอกเงินหากทุจริตมาแล้วเก็บยังไม่ถือเป็นการฟอกเงิน

“เรื่องสินบนโรลส์รอยซ์กำลังทำให้เกิดความสะเทือนอย่างหนักขอทำนายว่าหากสองสามเดือนข้างหน้าแก้ปัญหาไม่ตกจะเกิดปัญหามโหฬารคนไทยจะตกอยู่ในภาวะลำบากเพราะมีข่าวว่าการทุจริตฉุดความเชื่อมั่นในขณะที่ยูเอ็นจับมือกันสู้ไม่ใช่แค่คอรัปชั่นแต่เขาจะจับเรื่องการฟอกเงินประเทศมหาอำนาจจะเริ่มควบคุมการให้สินบนประเทศต่าง ๆ โดยจะถือเป็นการฟอกเงิน”นายสังศิต กล่าว

นายสังศิต กล่าวต่อว่า ที่เราเผชิญหน้าเรื่องสินบนโรลส์รอยซ์ซึ่งต้นเรื่องเกิดขึ้นจากบริษัทแม่ที่อังกฤษกับบริษัทลูกด้านพลังงาน ที่รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างที่ทราบข่าวว่าสินบนโรลส์รอยซ์ขอยอมเสียค่าปรับ 170ล้านดอลล่าร์ให้สหรัฐ และ 605 ล้านดอลล่าร์ให้อังกฤษและให้บราซิลอีก 25 ล้านดอลล่าร์รวมว่า 800 ล้านดอลลาห์ทั้งสองประเทศให้จับมือกันโดยมีเอกสารมัดราว 30 ล้านแผ่นจนโรลส์รอยซ์ไม่สู้แต่ประเทศไทยยังไม่ดำเนินการทำอะไรเลยทั้งที่มีเอกสาร52 แผ่นที่เกี่ยวข้องกับ ปตท. และ ปตท.สผ.กับ 40 แผ่นที่เกี่ยวข้องกับการบินไทยเอกสารที่เกี่ยวข้องสรุปว่ามีการจ่ายเงินติดสินบนในสองหน่วยงานถามว่าทำไมในต่างประเทศเขาจับได้แต่ในประเทศไทยจับไม่ได้ต้องไปขอข้อมูลขอความร่วมมือเพราะสหรัฐมี 2 หน่วยงานตรวจสอบคือ กลต. เป็นหน่วยงานตรวจสอบบัญชีและกระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานยึดทรัพย์แยกจากกันเพื่อถ่วงดุลแต่ของไทยพิลึกคือ ป.ป.ง.ทำทั้งตรวจสอบและอายัดทรัพย์ทั้งที่การตรวจสอบการฟอกเงินต้องคำนึงถึงระบบการถ่วงดุลอย่าให้องค์กรใดมีอำนาจเบ็ดเสร็จองค์กรเดียว

นายสังศิตยัง กล่าวว่า กรณีของไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับสินบน 11 ล้านดอลล่าร์จากสัญญาจ้าง 7 โครงการถือเป็นหน่วยงานรัฐบาลและถูกตีความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปัญหาของเราคือเราเพิ่งแก้กฎหมาย ป.ป.ช.ในยุครัฐบาลนี้ให้รวมเอกชนที่ให้สินบนมีความผิดทุจริตด้วยจากเดิมเพียงนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้นตรงนี้ยังมีความผิดปรกติในกฎหมาย ป.ป.ง. คือปี 2550องค์กร FATF หรือ คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟองเงินตรวจสอบ ปปง.พบว่าทำไมมีเพียงองค์กรเดียวที่ใช้อำนาจและเสนอว่าควรให้ ป.ป.ช. ปปท. กับดีเอสไอ ร่วมบังคับใช้กฎหมายด้วย

นายสังคิต กล่าวว่า คำถามที่ว่าบางคดีทั้งแพ่งและอาญาในกรณีสินบนโรลส์รอยซ์ที่หมดอายุความจะไปดำเนินการอย่างไรสำหรับประเทศไทยมีทางออกคือ การที่เราเป็นสมาชิกยูเอ็นได้ทำข้อตกลงความร่วมมือกำหนดมาตรฐานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีการระบุว่าการฟอกเงินไม่มีอายุความถ้าเราเอามาใช้ก็จะสามารถจัดการกับผู้ร่วมคอรัปชั่นในประเทศไทยได้ ทั้งนี้มาตรการที่เราไปตกลงกับยูเอ็นในปี 2549ระบุว่าการจัดซื้อของรัฐและการจัดการเงินของรัฐบาลหากกระทำผิดถือเป็นการฟอกเงินถามว่ากระบวนที่ ปตท. และการบินไทยสำเร็จตามที่FATF กำหนดหรือไม่พบว่าองค์ประกอบสำเร็จทั้ง 3 ขั้นตอนตามกระบวนการฟอกเงินคือนำเข้าสู่ระบบการเมืองมีการปิดบังอำพรางและมีการนำเงินนี้กลับสู่ระบบเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมายถือว่าครบตามกรอบของ FATFจึงเข้าข่ายกระบวนการฟอก


นายสังศิต ยังกล่าวยืนยันว่า รัฐบาลไทยมีสิทธิ์ขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามพันธกรณีอนุสัญญา FATF โดยยังมีเงินอีกก้อนที่ส่งไปสิงคโปร์ที่เกี่ยวกับ ปตท. ปตท.สผ. และการบินไทยซึ่งมีเอเชียแปซิฟิกกรุ๊ปหรือAPGที่ก่อตั้งขึ้นมีพันธกรณีที่สังคโปร์ต้องเอาข้อมูลให้รัฐบาลไทยถ้าไม่ให้ทั้งสหรัฐและสิงคโปร์ก็มีความผิดและตามข้อเสนอแนะ 40 ประการของFATF ระบุชัดว่าประเทศที่เป็นสมาชิกห้ามขัดขวางการขอข้อมูลดังนั้นถ้ารัฐบาลไทยขอต้องให้และข้อมูลการเงินระหว่างประเทศและในประเทศต้องเก็บไปอย่างน้อย 5 ปีและประเทศไทยยังสามารถขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจากสหรัฐและหากไม่ขอจะถือว่ามีความผิดด้วยฐานช่วยปกป้องคนทุจริต

นายสังศิต ยังกล่าวว่า เรื่องนี้จะมีการตรวจสอบอีกครั้งว่ามีการทำตามข้อตกลงเสร็จสิ้นหรือไม่ตอนนี้ ปปง. มีเวลาเหลือแค่ 27 สัปดาห์ หาก ปปง. ไม่ยอมทำจะเป็นเดิมพันของทั้งประเทศที่มีเจ้าหน้าที่ไทยรับผิดชอบอยู่คนเดียวและสัปดาห์แรกของพฤษภาคมปีนี้หาก ปปง. ไม่แก้ไขตามข้อเสนอแนะอันเกี่ยวเนื่องกับพันธสัญญาระหว่างประเทศดังกล่าวสิ่งที่เกิดขึ้นคือจะมีการถูกลงโทษเพราะถือว่าระบบธนาคารไทยไม่โปร่งใสกลายเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงจากการฟอกเงินและจะถูกตัดออกจากประเทศร่วมค้าในระบบการเงินแปลว่าธนาคารไทยจะทำธุรกรรมกับหลายประเทศไม่ได้ทำให้สถาบันการเงินไทยเกิดภาวะไม่มั่นคงนี่คือมรสุทมใหญ่ที่สุดที่รัฐบาลนี้กำลังเผชิญในต้นพฤษภาคมนี้

“ มีเจ้าหน้าที่เพียง 1 คน ที่กำลังตัดสินใจที่เกี่ยวพันกับชะตากรรมของประเทศผมขอให้สัญญาณกับรัฐบาลขอให้นายกรัฐมนตรีรีบดำเนินการเพราะในปี 2559 ประเทศไทยถูกจัดลำดับความเสี่ยงที่ 156อยู่ในความเสี่ยงอันดับ 4ถือว่าอยู่ในช่วงอันตรายแล้วอยากฝากถึงรัฐบาลขอให้รีบจัดการให้ประเทศไทยก้าวพ้นมรสุมจากภัยพิบัติทางการเงิน ” นายสังศิต กล่าว

อย่างไรก็ตามนายสังศิต ให้สัมภาษณ์ด้วยว่า รัฐบาลจะต้องเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ และจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับการฟอกเงิน โดยต้องเอา ป.ป.ช.ปปท. และดีเอสไอ. เข้ามามีส่วนร่วมตามข้อเสนอของ FATFไม่ใช่เอา ป.ป.ท. ดีเอสไอ. ออกไปจากการตรวจสอบเหมือนเป็นอยู่ในปัจจุบัน และต้องมีการเปลี่ยนอำนาจของ ป.ป.ง. ใหม่โดยให้มีอำนาจเฉพาะยึดทรัพย์และอายัดเท่านั้นเพื่อให้มีการถ่วงดุลกันระหว่างองค์กรดังนั้นรัฐบาลควรใช้มาตรา 44 ในการแก้ไขกฎหมายเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการฟอกเงินให้ทันสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างฟังการอภิปรายนายสุรศักดิ์คิรีวิเชียร กรรมการ ปปช. ผู้รับผิดชอบคดีโรสรอยส์ในฐานะนักศึกษา พตส. 8 ได้ขอโอกาสในการชี้แจง กล่าวว่า องค์กรตรวจสอบเดี๋ยวนี้มีภารหน้าที่ตามกฎหมายสิ่งที่เจ้าหน้าที่แถลงนั้นเพียงบางส่วนในสำนวนการสอบสวนเปรียบเทียบปรับเท่านั้นกฎหมายเขาให้เปรียบเทียบปรับได้แต่ของไทยต้องไปขึ้นศาลเอกสารต่าง ๆ มีกระบวนการที่เปิดเผยไม่ได้เอกสารที่เอามาอ่านยังไม่รู้ว่าเป็นเอกสารทางการหรือไม่บางทีก็เข้าสำนวนสอบสวนไม่ได้ไม่ใช่ว่าสำนวนเหล่านี้ศาลไทยจะรับฟังตนไม่สามารถนำข้อมูลมาเปิดเผยเพราะมีกฎหมายบังคับไว้ที่ว่าจะขอข้อมูลยังต้องไปดูกฎหมายว่าขาดกรณีคดีอาญาหรือแพ่งมันยังมีรายละเอียดมากมายที่คนมีหน้าที่เขาต้องอ่าน

นายสุรศักดิ์ ยังกล่าวด้วยว่า การเอาคดีเหล่านี้มาพูด หรือมาเปิดเผยมันจะทำให้อีกฝ่ายใช้โอกาสนี้เป็นช่องทางนำไปสู้คดีในชั้นศาลการเปิดเผยข้อมูลเขามีกฎหมายและมีหน่วยงานที่รับผิดชอบเขายังไม่รู้เลยว่าในบ้านเรามีหน่วยงานไหนที่รับผิดชอบ ที่จะดำเนินการตรวจสอบ การที่จะขอเอกสารยังต้องให้กระทรวงการต่างประเทศรับรองการที่เรารับข้อมูลต่างๆ แล้วมาวิพากษ์วิจารณ์ก่อนหน่วยงานที่รับผิดชอบอาจไม่ถูกต้อง