"นพ.วรงค์" แจง4มุมมอง ที่ปชช.ควรรู้เท่าทันเรื่องจำนำข้าว ชี้ทุกฝ่ายควรเคารพคำตัดสินของศาล
น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถาณการณ์ล่าสุดคดีจำนำข้าวว่า วันนี้เป็นวันที่ศาลปกครองกลาง เรียกน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาไต่สวน ซึ่งการเรียกไต่สวนในครั้งนี้เพื่อที่ศาลจะนำข้อมูลไปพิจารณาว่าจะกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนมูลค่า 35,717 ล้านบาท เอาไว้ก่อน จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยื่นขอหรือไม่ ประเด็นเรื่องค่าเสียหาย 35,717 ล้านบาทที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ถูกคณะกรรมการรับผิดทางแพ่งเรียกนั้น มีมุมมองที่ประชาชนต้องติดตามคือ เรื่องแรกฝ่ายน.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย พยายามสื่อกับสังคมว่า เป็นการดำเนินตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา เพื่อต้องการช่วยเหลือชาวนา ดังนั้นการดำเนินตามนโยบาย ไม่ควรมาคิดเป็นกำไรขาดทุน โดยสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจนั่นคือ การดำเนินนโยบายเพื่อช่วยเหลือประชาชน ย่อมต้องมีการใช้จ่าย โดยหลักการการช่วยเหลือประชาชนนั้นไม่มีใครว่า แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นของคดีจำนำข้าว คือการทุจริตของฝ่ายการเมือง รวมทั้งผู้ใกล้ชิด หรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ทำให้เงินถึงมือชาวนาไม่เต็มที่ ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ
น.พ.วรงค์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องที่สองคือการที่ ฝ่ายน.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย พยายามอ้างว่าการดำเนินคดีดังกล่าว มีความต้องการกลั่นแกล้งทางการเมือง โดยสิ่งที่ต้องเข้าใจคือ ทุกนโยบายที่แถลงผ่านรัฐสภานั้นเป็นการเมืองทั้งสิ้น ถ้าดำเนินด้วยความโปร่งใส ประโยชน์ถึงมือประชาชนเต็มที่ ก็ไม่มีใครทำอะไรได้ ขณะเดียวกันแม้จะเป็นรัฐบาลอื่นๆ ที่ดำเนินนโยบายแล้วนำไปสู่การทุจริต สร้างความเสียหาย ก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน ส่วนเรื่องที่สี่ คือการที่ก่อนหน้านี้ การเรียกค่าเสียหาย นางสาวยิ่งลักษณ์เคยไปร้องขอความเป็นธรรม ผ่านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชส นายกฯและหัวหน้า คสช. อยู่หลายครั้ง โดยร้องผ่านปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อต้องการสื่อว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม ร้องแล้วไม่ได้รับการตอบสนอง เนื่องจากกฏหมายความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ กำหนดว่าให้ร้องขอความเป็นธรรมผ่านศาลปกครอง ดังนั้นการร้องผ่านบุคคลที่กล่าวมาจึงเป็นการร้องที่ไม่ถูกกระบวนการ เพียงเพื่อหวังผลทางการเมืองว่าไม่ได้รับความสนใจ แต่เมื่อมาร้องผ่านศาลปกครอง ซึ่งเป็นไปตามที่กฏหมายกำหนด ศาลท่านก็รับไว้พิจารณาเพื่อให้ความเป็นธรรมและนัดไต่สวน
“เรื่องที่สี่ คือการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคพวกพยายามโยงเรื่องค่าเสียหาย 35,717 ล้านบาทว่า ต้องรอคำตัดสินคดีอาญาก่อน รวมทั้งเรียกร้องให้เป็นการฟ้องแพ่งแทน ซึ่งในความเป็นจริง การกระทำของเขาส่อไปในทางประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งมีความผิดตามพรบ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องดำเนินการตามแนวทางนี้ แม้จะอ้างว่าเป็นการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ แต่นางสาวยิ่งลักษณ์ก็สามารถขอความเป็นธรรมผ่านศาลปกครองได้ ตามที่ดำเนินการขณะนี้ โดยสิ่งเหล่านี้คือประเด็นที่สังคมต้องรู้เท่าทันต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทย รวมทั้งกระบวนการปรองดองกรณีทุจริตของฝ่ายการเมือง ก็ควรที่จะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของศาล และทุกฝ่ายเคารพคำตัดสิน ไม่ควรที่จะมีการไกล่เกลี่ยแล้วกันไปทุกฝ่าย เพราะการทุจริตนั้น นำไปสู่ความเสียหายของประเทศอย่างร้ายแรง” น.พ.วรงค์ กล่าว





