องค์กรตรวจสอบระดับโลกชี้ ระดับการทุจริตและความไม่เท่าเทียมกันที่เพิ่มสูงขึ้น หนุนให้มีนักการเมืองประชานิยมมากขึ้นในปี 2559
องค์กรความโปร่งใสระหว่างประเทศ (ทีไอ) รายงานว่า ผู้นำประชานิยมอย่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และนางมารีน เลอแปง ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ทำให้เห็นว่าผู้นำที่ฉ้อฉลกับการเบียดขับคนทำงานไปเป็นคนชายขอบมีความสัมพันธ์กัน แต่พรรคการเมืองหน้าใหม่เมื่อเข้าไปมีตำแหน่งแล้วมักล้มเหลวในการแก้ปัญหาทุจริต
นายฟินน์ เฮนริค หัวหน้าฝ่ายวิจัยของทีไอ กล่าวว่า ในกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ สัญญาณแรกของการทรยศสิ่งที่เคยรับปากไว้เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว นายทรัมป์พูดถึงการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการทุจริต แล้วเพิกเฉยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจเกิดขึ้น การทำเช่นนี้ไม่ได้ควบคุมการทุจริต แต่ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง
รายงานของทีไอแสดงถึงการทุจริตในภาครัฐทั่วโลก ให้คะแนน 0-100 คะแนน 0 หมายถึงการทุจริตสูง 100 หมายถึงปลอดทุจริต โดย 69% ของ 176 ประเทศ มีคะแนนไม่ถึง 50 และประเทศที่ตกชั้นมีมากกว่าที่ได้เลื่อนชั้น เดนมาร์คและนิวซีแลนด์ครองอันดับหนึ่งด้วยคะแนน 90 คะแนน มีฟินแลนด์ตามมาติด ๆ 89 คะแนน สวีเดน 88 คะแนน โซมาเลียยังคงอันดับสุดท้ายเป็นปีที่ 10 มี 10 คะแนน ดีขึ้นมาเล็กน้อยคือซูดานใต้ 11 คะแนน เกาหลีเหนือ 12 คะแนน ซีเรีย 13 คะแนนสหรัฐครองอันดับ 18 ลดลงจากอันดับ 16 มี 74 คะแนน




