วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปช.จะขอข้อมูลจากอังกฤษ-สหรัฐ สินบน 'โรลส์รอยซ์' พันกว่าล้าน

ประธาน ป.ป.ช. เตรียมขอข้อมูล "อังกฤษ-สหรัฐ" ตรวจสอบสินบนโรลส์รอยซ์พันกว่าล้าน ปัดตอบนักการเมืองมีเอี่ยว ขอดูรายละเอียดก่อน

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีบริษัทโรลส์รอยซ์ ยอมรับต่อสำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษว่า ได้จ่ายสินบนให้หลายประเทศที่ทำการซื้อขายเครื่องยนต์ของโรลส์รอยซ์ รวมถึงประเทศไทย ในปี2534 - 2548 ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ได้หารือและมอบหมายให้ดำเนินการ2ทางคือ ให้สำนักการต่างประเทศของสำนักงานป.ป.ช.ประสานสำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษเพื่อขอข้อมูลมาตรวจสอบ รวมถึงกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สหรัฐฯ และมอบสำนักการข่าวและกิจการพิเศษ ประสานกับบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อตรวจสอบข้อมูลด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเบื้องต้นที่ป.ป.ช.ตรวจสอบพบว่า มีการสั่งซื้อจำนวน3ครั้ง ซึ่งบางครั้งผ่านมาแล้วเป็นระยะเวลายาวนานที่อาจขาดอายุความในการดำเนินคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงต้องดูเอกสารที่ขอไป ถึงจะเห็นรายละเอียดที่ชัดเจน

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่สำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษเปิดเผยว่ามีการให้สินบนดังกล่าวจะสามารถมัดตัวผู้กระทำความผิดได้เลยหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า กฎหมายอาจจะคล้ายกัน แต่รายละเอียดอาจจะแตกต่างกัน จึงต้องพิจารณาปรับใช้กับกฎหมายของเรา ต้องพิจารณารายละเอียดจริงๆ อีกครั้งว่าเป็นอย่างไร เพราะเป็นห่วงเหมือนกันว่าบางเรื่องอาจจะขาดอายุความไปแล้ว ซึ่งหากกรณีใดขาดอายุความไปแล้วจะไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ แต่ข้อมูลเบื้องต้นบางกรณียังอยู่ในอายุความ นอกจากนี้ ยังต้องไปรายละเอียดในกรณีที่ผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการรับสินบนพ้นจากตำแหน่งไปแล้วด้วย เนื่องจากเงื่อนไขของกฎหมายป.ป.ช.กำหนดระยะเวลาที่ป.ป.ช.สามารถหยิบยกขึ้นมาพิจารณาด้วยเหตุอันควรสงสัย หรือมีผู้มีร้องทุกข์กล่าวโทษ และถ้ามีกรณีนี้เกิดขึ้นจริงแล้วการบินไทยเสียหายก็อาจจะต้องมาร้องทุกข์กล่าวโทษกับป.ป.ช.

เมื่อถามว่า ข้อมูลเบื้องต้นสามารถสันนิษฐานได้หรือไม่ว่ามีเจ้าหน้าที่หรือนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า จะสันนิษฐานอย่างนั้นไม่ได้ เพราะยังไม่เห็นเอกสารที่เราประสานขอไป เมื่อได้รับจะต้องนำมาตรวจสอบ ถ้ามีมูลเพียงพอที่จะรับไต่สวนได้ ก็จะดำเนินการ ขณะที่บอร์ดการบินไทยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งจะทำงานร่วมกับป.ป.ช.