วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'คสช.' จับรถตู้ปลายทาง 30 จังหวัดเข้าบขส.

"คสช." จับรถตู้ปลายทาง 30 จังหวัดเข้าบขส.พร้อมส่งจนท.ตรวจสอบ ก.พ.นี้ พร้อมกำหนดมาตราฐานเจ้าของรถตู้รายย่อยป้องกันอุบัติเหตุ

พล.ต.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ เป็นประธานในการประชุมชี้แจงนโยบาย ทางการปฏิบัติการนำรถตู้โดยสารสารธารณะ เข้าสถานีขนส่งปลายทางรวมถึงการจัดตั้งสถานีขนส่งชั่วคราว ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี ในการจัดระเบียนรถตู้โดยสารที่กำลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ และเป็นการดำเนินการในระยะที่สามเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการจัดระเบียบรถตู้โดยสาร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยใยการเดินทางของประชาชนประชาชน และพร้อมสร้างความรับรู้ให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กลุ่มงานจราจร บริษัทขนส่ง จำกัด ทหาร ที่รับผิดชอบงานในแต่ละจังหวัดเข้าร่วม

พล.ต.เฉลิมพล กล่าวว่า เป็นการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ ซึ่ง พล.ม. 2 รอ. รับคำสั่งจาก กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)กองทัพภาคที่1เพื่อให้เป็นตัวแทนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ในการประสานงานหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดระเบียนรถตู้โดยสารมีความเรียบร้อย สมบูรณ์ ภายหลังที่ได้ดำเนินการนำรถตู้โดยสารใน กทม.กลับเข้า 3 สถานีขนส่ง แต่ในส่วนปลายทางต่างจังหวัด รถตู้โดยสารยังไม่ได้อยู่ในสถานีขนส่ง มีการออกรถในพื้นที่สาธารณะ พื้นที่เอกชน จึงให้หน่วยงานเกี่ยวข้องในต่างจังหวัดได้รับทราบถึงแนวทางการดำเนินการของ คสช. กำหนดให้ รถตู้ปลายทางต่างจังหวัดกลับเข้าไปอยู่ในสถานีขนส่งเช่นเดียว กทม. และหากพื้นที่ใดที่สถานีขนส่งจังหวัดนั้นๆไม่พร้อม ให้กำหนดพื้นที่เป็นสถานีชั่วคราว ซึ่งเป็นไปตาม พรบ.การขนส่ง 2522 โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานคณะกรรมการขนส่งจังหวัด และใช้อำนาจตนี้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เทศบาล ทหาร ร่วมกันกำหนด

"มีจุดมุ่งหมาย 2 ประการ ให้รถตู้เข้าไปอยู่การควบคุมการเข้าสถานีขนส่ง บริษัทขนส่ง หรือ บขส.ซึ่งได้รับอนุญาตในการเดินรถ จึงเป็นหน้าที่ บขส.ที่จะมากำกับการเดินรถ และเมื่อนำรถตู้ปลายทางต่างจังหวัดเข้าสถานีได้ บขส.จัดเจ้าหน้าที่มาดูแลได้ ทั้งการออกใบเวลา การตรวจสภาพคนขับ ที่ต้องขับต่อเนื่องไม่เกิน 4 ชั่วโมง และต้องได้รับการพัก รวมถึงสภาพรถ นอกจากนี้ เกี่ยวข้องผู้มีอิทธิพล เพราะบางพื้นที่ต่างจังหวัดมีการเช่าพื้นที่ หากผู้ที่มีบทบาท เรียกเก็บเงินเพิ่ม รถแต่ละคันต้องจ่ายเงิน ซึ่งการนำรถตู้เข้าสถานีขนส่ง ถือเป็นการปลดเปลื้องเจ้าของวินเดิมออกจากระบบได้สมบูรณ์" พล.อ.เฉลิมพล กล่าว

สำหรับกรอบเวลาในการดำเนินการภายในเดือน ก.พ.2560 นี้ คณะทำงานจากส่วนกลางไปตรวจสอบต่ละจังหวัด โดยในข้อมูลมี 30 จังหวัด รถตู้ที่วิ่งได้ไม่เกิน 300 กิโลเมตร เพื่อเกิดความเรียบร้อย ส่วนการประชาสัมพันธ์ประชาชนให้รับทราบนั้น ต้องไปดูแนวทางการเดินรถของแต่ละจังหวัด ซึ่งจะมีรถตู้หมวด 4 อยู่ด้วย คือวิ่งบริการระหว่างอำเภอภายในจังหวัด คล้ายหมวด1 ขสมก.ที่วิ่งใน กทม.และปริมณฑล เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องการจัดรถหมวด4เพื่อขนคน รับผู้โดยสารไปยังตำบลที่เป็นสถานีขนส่ง ทั้งนี้ทาง ขสมก.ต้องพิจารณาการเดินรถว่า ย่านใดเป็นย่านชุมชนที่มีคนเดินทางไปต่างจังหวัด ต้องกำหนดเส้นทางขนคนไปสถานีขนส่ง และต้องเป็นรถวิ่งยาว เพื่อบรรเทาผลกระทบประชาชน ทั้งนี้การดำเนินการต้องอยู่ในข้อกำหนด ไม่เช่นนั้นอุบัติเหตุ ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย เรายอมรับในตรงนั้นไม่ได้ บางส่วนที่กระทบประชาชนบ้าง เพื่อผลประโยชน์โดยรวม

ส่วนการบังคับใช้กฎหมายในห้วงเวลานี้ ถือเป็นการคัดกรองผู้ประกอบการด้วย เมื่อรัฐเข้ามาดูแลแล้ว ต้องไม่ให้ใครมาเก็บเงินเพิ่มเติมเหมือนในอดีต ในการให้ผู้มีอิทธิพลเข้ามาแทรกแซง และยังเป็นการคัดกรองมาตราฐานคนขับด้วย ใครมีพฤติกรรมเดิม ทำผิดซ้ำ โทษจะแรงขึ้นจนถึงเพิกถอนว่าไม่พร้อมปรับตัวเข้าสู่ระบบ

"ปัญหาที่เกิดขึ้นเหตุผลสำคัญคือการเป็นเจ้าของรถรายย่อย รายคัน ไม่ว่าจะเป็นการบรรทุกผู้โดยสารเกิน ขับรถเร็วทำรอบเพิ่ม ไม่ดูแลสภาพรถ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มาจากเจ้าของรายคัน เพราะได้ประโยชน์เข้าตัวเอง จึงเป็นประเด็นสำคัญ เราจึงต้องคัดกรองเจ้าของรายคันให้มีมาตราฐานให้ได้ คนไหนไม่เข้าสู่มาตราฐานปรับเพิกถอนไปตามข้อกฎหมาย ขอเรียนพี่น้องรถตู้ ไม่ใช่เรื่องการทำมาหากิน โดยการออกรถมาวิ่ง หากรถประสบอุบัติเหตุ ซ่อม 7 วันไม่มีเงินเข้าบ้าน ยังไม่รวมค่าสูญเสีย ค่าสินไหมต่างๆ ดังนั้นรถโดยสารประจำทางต้องดำเนินการในรูปแบบบริษัทถึงจะควบคุมได้" พล.ต.เฉลิมพล กล่าว