"เด็ก ปชป." โวย "คสช." ตีโจทย์ปรองดองไม่ถูก ย้ำก้าวแรกที่ดีอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย หาต้นเหตุ และหาข้อเท็จจริง ไม่ใช่แค่นิรโทษกรรม
นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลตั้งคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฎิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) ว่า การสร้างความปรองดองไม่ใช่เอาคนที่ขัดแย้งกันมาจับมือ แล้วให้ลืมสิ่งที่ผ่านมาไม่ว่าใครจะทำอะไรมา ซึ่งรัฐบาลไม่ได้วิเคราะห์ว่าต้นเหตุของความขัดแย้งเกิดจากการที่ฝ่ายหนึ่งถือว่าตนมีอำนาจ แล้วใช้เพื่อประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง ทั้งใช้งบประมาณไม่ทำตามกฎหมาย ทำการทุจริต กล้าแก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ตัวเอง แม้จะถูกศาลตัดสินลงโทษจากความผิดที่ทำ ก็ยังพยายามออกกฎหมายช่วยให้พวกตัวพ้นผิด ไม่เช่นนั้นคงไม่มีประชาชนออกมาชุมนุมนับหลายล้านคน ซึ่งพวกเขาถูกฝ่ายมีอำนาจรัฐยุคนั้นคุกคาม ทำร้าย เข่นฆ่าจนมีผู้เสียชีวิต
ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้ หากจะทำเรื่องปรองดองต้องวิเคราะห์ต้นเหตุที่แท้จริงว่า คู่ขัดแย้งคือกลุ่มคนที่แสวงหาประโยชน์จากการเข้าสู่อำนาจรัฐโดยการใช้อำนาจไม่เป็นธรรมต่อสังคมไทย กับอีกฝ่ายคือกลุ่มคนที่ไม่ยอมให้ประโยชน์ส่วนรวมถูกโกงไป คู่ขัดแย้งจึงไม่ใช่พรรคเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ หรือ นปช.กับ กปปส.
นางรัชฎาภรณ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นการแก้ไขปัญหาคือ ต้องเอาคนทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทำให้เห็นว่าสังคมไทยจะไม่ยอมให้คนกลุ่มใดเอารัดเอาเปรียบส่วนรวม จะให้ลืมความผิดโดยไม่มีการลงโทษตามกฎหมายบ้านเมืองได้อย่างไร หรือจะให้จับมือกับโจร ขอให้ทุกฝ่ายอย่าพยายามบิดเบือนเอาคำว่าปรองดอง ว่าคือการเอาทุกคนมาคุยกันจับมือกันแล้วจบ ส่วนข้อเสนอที่จะให้ทุกฝ่ายร่วมลงสัตยาบันหรือบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ก็ถือเป็นเรื่องตลกเพราะขนาดกฎหมายบ้านเมืองอีกฝ่ายยังไม่เคารพ กล้าแก้ไขขัดหลักนิติธรรม นิติรัฐแล้ว จะหวังอะไรที่จะให้เขาเคารพการร่วมลงนามแค่บันทึกความเข้าใจเฉยๆได้อย่างไร เพราะก้าวแรกของการปรองดองที่แท้จริงคือการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช่ทำแค่การนิรโทษกรรม แล้วข้ามขั้นตอนการค้นหาข้อเท็จจริง





