"อนุพงษ์" เผย "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ" รับสั่งเร่งดูแลปชช.คลายทุกข์ภัยน้ำท่วม-ยึดแนวคิด “ในหลวงร.9” แก้ปัญหาน้ำ เร่งพัฒนาระบบเตือนภัยในอนาคต
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เป็นประธานการประชุม บกปภ.ช.เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ โดยมีองคมนตรีประกอบด้วย นายพลากร สุวรรณรัฐ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ และพล.อ.ธีรชัย นาควานิช เข้าร่วมหารือ
โดย พล.อ.อนุพงษ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาตนพร้อมพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีปภ. และนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อกราบทูลในเรื่องของอุทกภัยที่เกิดในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งท่านทรงมีรับสั่งให้เร่งดูแลประชาชนที่เดือดร้อนจากอุทกภัยให้เร็วที่สุด และให้ประชาชนมีชีวิตที่ดี โดยการปฏิบัติต้องบูรณาการกัน มีการวางแผนอย่างดีในการบริหารจัดการ ไม่ซ้ำซ้อน และใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาช่วยประชาชนให้พ้นทุกข์ สิ่งสำคัญคือท่านทรงรับสั่งให้นำสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้ทรงให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำไปประยุกต์ใช้
“ท่านรับสั่งด้วยว่า ท่านจะให้หน่วยทหารจากหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย มาช่วยดูแลพ่อแม่พี่น้องที่ลำบาก พร้อมกันนั้น ในการดำเนินการ ท่านได้พระราชทานให้องคมนตรีมาร่วมรับทราบสถานการณ์ว่าเราทำอะไร อย่างไร เพื่อที่ท่านจะได้มีข้อมูล เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือได้” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงเรื่องการเตือนภัยว่า เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยที่จะเป็นหน่วยงานหลักในการแจ้งเตือนในพื้นที่ ซึ่งการแจ้งเตือนครั้งนี้ได้แจ้งเตือนหมดทุกแห่งแล้ว จะเห็นว่า ไม่มีประชาชนที่เสียชีวิตจากสาเหตุน้ำพลัดมา แต่มีหลังจากนั้น เช่น การเล่นน้ำ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ หลังจากน้ำท่วม ซึ่งหากให้ประเมินการแจ้งเตือน ตนถือว่า ยังมีประสิทธิภาพอยู่ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือ คนไทยยังห่วงบ้าน ทั้งๆ ที่มีการอพยพคนออกไปแล้ว ส่วนอุปกรณ์การเตือนภัย เราใช้ระบบหอกระจายข่าว มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านติดต่อมายังจังหวัดโดยผ่านวิทยุสื่อสาร เราใช้การสื่อสารเท่าที่มี ต้องกระจายข่าวไปให้ได้ อย่างไรก็ตามจะพัฒนาระบบเตือนภัยให้ดีขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก เพื่อให้ระบบการสื่อสารใช้งานได้ตลอดเวลา
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวเจ้าหน้าที่ทราบว่าจะมีน้ำท่วมที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ไม่ได้มีการแจ้งเตือนนั้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า มีการแจ้งเตือนไปแล้ว สื่ออย่าพูดส่งเดช ซึ่งปัญหาอุทกภัยใน อ.บางสะพาน เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกปี เพราะมีภูเขาสูงชัน และอีกด้านหนึ่งเป็นทะเล จึงทำให้น้ำไหลบ่า จะเรียกว่า น้ำท่วมไม่ได้เพราะเป็นน้ำไหลบ่ามาจากภูเขาเพื่อลงไปที่ต่ำด้วยความรวดเร็ว และเป็นพื้นที่บังคับ ประชาชนอยู่ขวางน้ำ ถนนก็อยู่ตรงนี้ไปที่อื่นไม่ได้ กรณีนี้จึงเป็นเรื่องหนึ่งที่นายกรัฐมนตรี สั่งให้แก้ปัญหา
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงการเยียวยาพืชผลทางการเกษตรของผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ดูแลตามมาตรการกฎหมายที่มีอยู่ โดยจะมีคณะกรรมการสำรวจความเสียหาย ซึ่งในเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาต้องทำตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง ส่วนจะมีการช่วยเหลือเพิ่มเติมอย่างไรเป็นสิ่งที่นายกฯ จะต้องหารือ รวมถึงความเสียหายของบ้านเรือนก็เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ขณะนี้ประชาชนก็ช่วยกันบริจาคเข้ามา และรัฐบาลก็จะนำเงินส่วนนี้มาช่วยเหลือซ่อมแซม รวมถึงสนับสนุนกำลังคน โดยมีกำลังทหารเป็นกำลังหลักในแต่ละพื้นที่ ที่จะบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชน





