วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้

รัฐบาลเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้ "บิ๊กตู่" เน้นขอบริจาคเป็นทุนทรัพย์ ชี้การขนย้ายสิ่งของไปใต้ลำบาก กำชับห้ามทุจริตซ้ำเติมประชาชน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเปิดศูนย์ช่วยเหลือประชาชนประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ณ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมเงินบริจาคของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศจัดส่งให้จังหวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้อย่างเร่งด่วน เช่น การซ่อมสร้างที่อยู่อาศัย การจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค และเครื่องใช้อื่น ๆ ที่จำเป็น เป็นต้น

“ผู้ที่ประสงค์จะบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้ สามารถเดินทางไปบริจาคได้ด้วยตนเองที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีภายในทำเนียบรัฐบาล ในวันและเวลาราชการ หรือโอนเงินเข้าบัญชีกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067 – 0 – 06895 – 0 โทรศัพท์ 0 2283 4321, 0 2283 4319, 0 2283 4301 โทรสาร 0 2283 4336, 0 2283 4318”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นให้ประชาชนบริจาคทุนทรัพย์เป็นหลัก เพราะการบริจาคสิ่งของจะทำให้เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายจาก กทม. ไปยังพื้นที่ที่ประสบภัยค่อนข้างลำบาก แต่ก็ไม่ขัดศรัทธา อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยได้จัดตั้งศูนย์รับบริจาคเงินและสิ่งของทั้งที่กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ส่วนหน้า จ.สุราษฎร์ธานีและสงขลา ศาลากลางจังหวัดในพื้นที่ประสบภัย หรือสถานที่ที่จังหวัดกำหนด ซึ่งสามารถลำเลียงสิ่งของไปมอบให้ผู้ประสบภัยได้สะดวกมากกว่า

“ท่านนายกฯ กล่าวว่า เงินที่ได้รับจากการบริจาคในส่วนกลางจะมอบให้แต่ละจังหวัดหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบไปบริหารจัดการให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ พร้อมทั้งได้กำชับให้หน่วยงานที่จะโอนเงินและหน่วยงานที่ได้รับบริจาค จัดระบบป้องกันและตรวจสอบการทุจริตให้รัดกุม เพื่อไม่ให้ผู้ใดฉกฉวยโอกาสหรือมีพฤติกรรมที่เป็นการซ้ำเติมแก่ผู้ประสบภัย”

สำหรับในจังหวัดอื่น ๆ หากพี่น้องประชาชนต้องการบริจาคเงินหรือสิ่งของจำเป็นขอให้ติดต่อที่ สนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ณ ศาลากลางจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน สายด่วน 1111 ศูนย์ดำรงธรรม มท 1567 และศูนย์นิรภัย ปภ 1784