วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รายงานปรองดองเสร็จก.พ.นี้ ชี้ต่างจากที่เคยมีการเสนอ

"สปท.เสรี" เผยรายงานปรองดองเสร็จก.พ.นี้ ชี้ต่างจากที่เคยมีการเสนอ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง (สปท.) กล่าวว่า ข้อเสนอเรื่องแนวทางการปรองดองที่คณะกรรมาธิการฯทำอยู่นั้น ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังใด เป็นเรื่องที่อยู่ในแผนการปฏิรูปของรัฐบาลและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอยู่แล้ว ซึ่งสปท.การเมืองได้พิจารณาเรื่องนี้ตั้งแต่แรก โดยให้กรรมาธิการทุกคนไปพิจารณาแนวทางปรองดองก่อนที่จะเสนอให้ที่ประชุมกรรมาธิการฯ ส่วนเรื่องเยียวยาก็มีการตั้งอนุกรรมาธิการเฉพาะไปทำงานก่อนนำเสนอผลการศึกษามาให้กรรมาธิการฯชุดใหญ่

นายเสรี กล่าวว่า เวลาของสปท.ก็กำลังจะหมดแล้วทางกรรมาธิการฯจึงได้พิจารณาเรื่องนี้เพื่อให้เสร็จก่อนเดือนก.พ. โดยข้อเสนอของสปท.การเมืองที่ออกไปในขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติเพียงแต่เป็นข้อเสนอเบื้องต้นเท่านั้น จะต้องมีการนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสปท.การเมืองก่อน

นายเสรี กล่าวว่า ข้อเสนอที่ออกไปก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา ย่อมมีคนเห็นต่าง แต่เชื่อว่า ข้อเสนอของสปท.การเมืองที่เป็นผลสรุปจริงเมื่อออกไปก็จะสามารถสร้างความปรองดองได้ ไม่เหมือนข้อเสนอของคณะกรรมการชุดต่างๆที่ผ่านมา เพราะเราจะแยกแกนนำกับประชาชนที่ร่วมชุมนุมออกจากกันอย่างเด็ดขาด ทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น โดยแกนนำหากมีคดีติดตัวก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อต่อสู่คดีตามปกติ ขณะที่ประชาชนก็จะมีการพิจารณาเป็นรายๆไป ส่วนใครที่มีคดีหมิ่นสถาบันตามมาตรา 112 คดีทุจริต เผาบ้านเผาเมืองก็จะมีการยกเว้นให้ดำเนินการไปตามปกติ

“ข้อเสนอใช้ ม.44 นั้นก็เป็นเรื่องของคสช.ที่ต้องตัดสินใจ การที่ไปถามนายกฯเรื่องข้อเสนอของสปท.การเมืองนั้น นายกฯก็ปฏิเสธอยู่แล้ว เพราะขณะนี้ข้อเสนอนี้ยังไม่ตกผลึก ยังไม่ยุติ เป็นเพียงข้อเสนอเบื้องต้น เรายังต้องพิจารณากันอีกหลายครั้ง ดังนั้นอย่าเพิ่งไปถามนายกฯ ทั้งนี้คาดว่า ผลสรุปจะเสร็จสิ้นในเดือน ก.พ.ก่อนส่งให้ที่ประชุมสปท.พิจารณาต่อไป” นายเสรี กล่าว

นายเสรี กล่าวต่อว่า แนวทางปรองดองของสปท.การเมืองจะไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งอีก เพราะเราจะมีมาตราการป้องกันในอนาคตและหากนักการเมืองเป็นผู้ทำให้เกิดความขัดแย้งหรืออยู่เบื้องหลังก็จะมีความผิด โดยเราจะใช้มาตราการของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก เพราะมาตรการนี้จะเป็นเครื่องมือหลักในการแก้ไขปัญหาและป้องกันความขัดแย้ง